<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>tewson's thoughtstream</title>
  <subtitle>ห้วงหนึ่งของความเกรียน</subtitle>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://tewson.com/atom/feed"/>
  <id>http://tewson.com/atom/feed</id>
  <updated>2009-09-19T18:43:00+07:00</updated>
  <entry>
    <title>ภาษาไทยที่บกพร่อง ต้องแก้ไข</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82-0" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82-0</id>
    <published>2010-03-08T15:29:50+07:00</published>
    <updated>2010-03-08T15:29:50+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="book" />
    <category term="intellect" />
    <category term="language" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ที่คณะมีชั้นสำหรับแลกเปลี่ยนหนังสืออยู่ คือ ใครอยากได้เล่มไหนก็เอาเล่มของตัวเองมาแลกไป หรือใครอยากเอามาวางให้ไว้เฉย ๆ ก็ได้</p>
<p>วันนี้เดินผ่าน สะดุดตากับเล่มนี้</p>
<p><img src="http://www.royin.go.th/upload/book/thumbnail/250-2973.jpg" alt="ภาษาไทยที่บกพร่อง ต้องแก้ไข เล่มที่ 1" /></p>
<p>ถูกใจมาก อยากได้มาก เปิดดูผ่าน ๆ ยิ่งชอบ เป็นการรวมข้อความที่ใช้ภาษาไทยบกพร่อง พร้อมแหล่งอ้างอิง เช่น ใครพูด หรือจากหนังสือพิมพ์อะไร แล้วก็บอกว่าควรแก้ไขอะไรด้วยเหตุผลอะไร</p>
<p>จริง ๆ แล้วจะเรียกข้อความเหล่านั้นว่าเป็นภาษาไทยที่บกพร่องมันก็แปลก ๆ นะ อย่างน้อยก็ต้องบอกว่าบกพร่องเพราะอะไร เพราะว่ามันไม่ได้บกพร่องในแง่การสื่อความหมายแน่ ๆ อย่างไรก็ตาม ผมว่ามันน่าสนใจตรงที่คนที่ถือว่าตัวเองคอยบัญญัติหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในภาษาไทยอย่างราชบัณฑิตยสถานจะมีเหตุผลอย่างไรบ้างในการประเมินข้อความใด ๆ ว่าใช้ภาษาไทยบกพร่อง แล้วยังรู้สึกได้ว่าคนเขียนนี่โคตรขยันเลย (มีหลายข้อความในเล่มที่ลงที่มาว่ามาจากรายการวิทยุ)</p>
<p>อยากได้มาก แต่วันนี้ไม่มีหนังสือมาแลก เลยขอยัดเล่มนี้กลับเข้าไปในกองแบบ ลึก ลึก หน่อยก็แล้วกัน (ฮา)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ที่คณะมีชั้นสำหรับแลกเปลี่ยนหนังสืออยู่ คือ ใครอยากได้เล่มไหนก็เอาเล่มของตัวเองมาแลกไป หรือใครอยากเอามาวางให้ไว้เฉย ๆ ก็ได้</p>
<p>วันนี้เดินผ่าน สะดุดตากับเล่มนี้</p>
<p><img src="http://www.royin.go.th/upload/book/thumbnail/250-2973.jpg" alt="ภาษาไทยที่บกพร่อง ต้องแก้ไข เล่มที่ 1" /></p>
<p>ถูกใจมาก อยากได้มาก เปิดดูผ่าน ๆ ยิ่งชอบ เป็นการรวมข้อความที่ใช้ภาษาไทยบกพร่อง พร้อมแหล่งอ้างอิง เช่น ใครพูด หรือจากหนังสือพิมพ์อะไร แล้วก็บอกว่าควรแก้ไขอะไรด้วยเหตุผลอะไร</p>
<p>จริง ๆ แล้วจะเรียกข้อความเหล่านั้นว่าเป็นภาษาไทยที่บกพร่องมันก็แปลก ๆ นะ อย่างน้อยก็ต้องบอกว่าบกพร่องเพราะอะไร เพราะว่ามันไม่ได้บกพร่องในแง่การสื่อความหมายแน่ ๆ อย่างไรก็ตาม ผมว่ามันน่าสนใจตรงที่คนที่ถือว่าตัวเองคอยบัญญัติหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในภาษาไทยอย่างราชบัณฑิตยสถานจะมีเหตุผลอย่างไรบ้างในการประเมินข้อความใด ๆ ว่าใช้ภาษาไทยบกพร่อง แล้วยังรู้สึกได้ว่าคนเขียนนี่โคตรขยันเลย (มีหลายข้อความในเล่มที่ลงที่มาว่ามาจากรายการวิทยุ)</p>
<p>อยากได้มาก แต่วันนี้ไม่มีหนังสือมาแลก เลยขอยัดเล่มนี้กลับเข้าไปในกองแบบ ลึก ลึก หน่อยก็แล้วกัน (ฮา)</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ห้ามข้าม</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1</id>
    <published>2010-03-06T21:11:15+07:00</published>
    <updated>2010-03-06T21:11:15+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="else" />
    <category term="university" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หญ้าบนเกาะกลางถนนที่มหาวิทยาลัยกำลังงอกงาม งอกงามจนคนดูแลคงจะกลัวคนมาเหยียบให้เหี่ยวเฉา เลยเอาเชือกมาขึงตลอดแนวยาวมาก เว้นแค่จุดที่มีอิฐปูให้ข้าม<br />
ทีนี้ อะไรน่าดูกว่ากัน ระหว่างเกาะกลางถนนที่หญ้าถูกคนเดินเหยียบบ้าง กับเกาะกลางถนนที่มีเชือกเส้นโต (สีน้ำเงินซะด้วย) ขึงสูงระดับเอวตลอดแนวยาว</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หญ้าบนเกาะกลางถนนที่มหาวิทยาลัยกำลังงอกงาม งอกงามจนคนดูแลคงจะกลัวคนมาเหยียบให้เหี่ยวเฉา เลยเอาเชือกมาขึงตลอดแนวยาวมาก เว้นแค่จุดที่มีอิฐปูให้ข้าม</p>
<p>ทีนี้ อะไรน่าดูกว่ากัน ระหว่างเกาะกลางถนนที่หญ้าถูกคนเดินเหยียบบ้าง กับเกาะกลางถนนที่มีเชือกเส้นโต (สีน้ำเงินซะด้วย) ขึงสูงระดับเอวตลอดแนวยาว</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ทบทวนวรรณกรรม</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1</id>
    <published>2010-03-01T04:58:24+07:00</published>
    <updated>2010-03-01T04:58:24+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="research" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผมยึดอยู่กับตัวเองว่าการทบทวนวรรณกรรม (literature review - การหาว่ามีใครทำงานอะไรเกี่ยวกับหัวข้อที่เราจะทำมาแล้วบ้าง) เป็นขั้นตอนที่โคตรสำคัญในการทำงานวิจัย เพราะเราจะไปทำงานซ้ำกับคนอื่นทำไม ไม่มีประโยชน์ สมัยนี้มี <a href="http://scholar.google.com">Google Scholar</a> โคตรสบาย เวลามีคนถามว่า ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเรอะ จะได้ตอบได้ไม่ต้องอาย</p>
<p>เมื่อก่อน เวลามีคนถามว่าทำโปรเจคท์เกี่ยวกับอะไร ก็จะตอบยากหน่อย บางทีขี้เกียจก็บอกว่า "เกี่ยวกับรูปภา่พในเว็บน่ะ" (แล้วคนจะไม่ค่อยถามต่อ) ตอบสั้น ๆ จริง ๆ ก็คือ "พยายามกำจัดรูปที่ไม่จำเป็นออกไปจากหน้าเว็บ"</p>
<p>มาวันนี้ (จริง ๆ ต้องบอกว่าตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว) ผมตอบได้อย่างง่าย ๆ แต่ขมขื่นว่า "อ๋อ งานเราก็คล้าย ๆ <a href="http://printfriendly.com">printfriendly.com</a> อะ"</p>
<p>OTZ &lt;----กรุณาดูให้เป็นรูปคนคุกเข่า มือยันพื้น แบบ "สิ้นหวังแล้ว"</p>
<p>จริง ๆ ก็ไม่คล้าย คือของเขาดีกว่าด้วยซ้ำ (พับผ่า) เพราะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เรียบร้อย สวยงาม พร้อมใช้ เว็บนั้นทำหน้าเว็บให้เหมาะกับการพิมพ์ลงกระดาษ คือเลือกมาเฉพาะข้อความและรูปที่สำคัญจริง ๆ</p>
<p>ถ้าจะคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยก็คือ เขาไม่บอกวิธีการ แต่ผมตีพิมพ์มันออกมาให้คนได้รู้ (และใช้งานได้กว้างกว่าการพิมพ์ลงกระดาษ) และนั่นก็เป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญ เพราะตอนทำทบทวนวรรณกรรม ผมไม่ได้ใส่ใจหา "ของจริง" มาอ่านมาดูเลย มัวแต่หาบทความวิชาการมาอ่าน ซึ่งก็โอเคว่ามันมีข้อมูลให้พัฒนาต่อได้ แต่พวกเอกชนที่ทำแต่ไม่เผยแพร่แนวคิดก็มีเหมือนกัน และสมควรศึกษาพอ ๆ กัน</p>
<p>นี่ยังรู้สึกดีหน่อยเพราะงานผมเริ่มทำตอนช่วงปลายมีนาคมปีที่แล้ว ส่วนเว็บนี้ถูกกล่าวถึง (เท่าที่หาเจอ) เป็นครั้งแรก ๆ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ <a href="http://mashable.com/2009/05/18/print-friendly/">mashable.com</a> กับ <a href="http://www.makeuseof.com/dir/printfriendly-save-on-paper-and-ink/">makeuseof.com</a> (แต่เจ้าของ<a href="http://who.is/whois/printfriendly.com/">จดทะเบียนชื่อเว็บไว้</a>ตั้งแต่กลางปี 2006 แฮะ ซุ่มจริง) เข้าเกณฑ์ ไม่รู้ย่อมไม่ผิด (ฮาแบบเศร้า ๆ)</p>
<p>หนุ่มสาวเอย พวกเธอว์จงทบทวนวรรณกรรม! และอย่าลืมหา "ของขาย" (commercial product) มาดูด้วย!</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผมยึดอยู่กับตัวเองว่าการทบทวนวรรณกรรม (literature review - การหาว่ามีใครทำงานอะไรเกี่ยวกับหัวข้อที่เราจะทำมาแล้วบ้าง) เป็นขั้นตอนที่โคตรสำคัญในการทำงานวิจัย เพราะเราจะไปทำงานซ้ำกับคนอื่นทำไม ไม่มีประโยชน์ สมัยนี้มี <a href="http://scholar.google.com">Google Scholar</a> โคตรสบาย เวลามีคนถามว่า ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเรอะ จะได้ตอบได้ไม่ต้องอาย</p>
<p>เมื่อก่อน เวลามีคนถามว่าทำโปรเจคท์เกี่ยวกับอะไร ก็จะตอบยากหน่อย บางทีขี้เกียจก็บอกว่า "เกี่ยวกับรูปภา่พในเว็บน่ะ" (แล้วคนจะไม่ค่อยถามต่อ) ตอบสั้น ๆ จริง ๆ ก็คือ "พยายามกำจัดรูปที่ไม่จำเป็นออกไปจากหน้าเว็บ"</p>
<p>มาวันนี้ (จริง ๆ ต้องบอกว่าตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว) ผมตอบได้อย่างง่าย ๆ แต่ขมขื่นว่า "อ๋อ งานเราก็คล้าย ๆ <a href="http://printfriendly.com">printfriendly.com</a> อะ"</p>
<p>OTZ &lt;----กรุณาดูให้เป็นรูปคนคุกเข่า มือยันพื้น แบบ "สิ้นหวังแล้ว"</p>
<p>จริง ๆ ก็ไม่คล้าย คือของเขาดีกว่าด้วยซ้ำ (พับผ่า) เพราะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เรียบร้อย สวยงาม พร้อมใช้ เว็บนั้นทำหน้าเว็บให้เหมาะกับการพิมพ์ลงกระดาษ คือเลือกมาเฉพาะข้อความและรูปที่สำคัญจริง ๆ</p>
<p>ถ้าจะคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยก็คือ เขาไม่บอกวิธีการ แต่ผมตีพิมพ์มันออกมาให้คนได้รู้ (และใช้งานได้กว้างกว่าการพิมพ์ลงกระดาษ) และนั่นก็เป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญ เพราะตอนทำทบทวนวรรณกรรม ผมไม่ได้ใส่ใจหา "ของจริง" มาอ่านมาดูเลย มัวแต่หาบทความวิชาการมาอ่าน ซึ่งก็โอเคว่ามันมีข้อมูลให้พัฒนาต่อได้ แต่พวกเอกชนที่ทำแต่ไม่เผยแพร่แนวคิดก็มีเหมือนกัน และสมควรศึกษาพอ ๆ กัน</p>
<p>นี่ยังรู้สึกดีหน่อยเพราะงานผมเริ่มทำตอนช่วงปลายมีนาคมปีที่แล้ว ส่วนเว็บนี้ถูกกล่าวถึง (เท่าที่หาเจอ) เป็นครั้งแรก ๆ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ <a href="http://mashable.com/2009/05/18/print-friendly/">mashable.com</a> กับ <a href="http://www.makeuseof.com/dir/printfriendly-save-on-paper-and-ink/">makeuseof.com</a> (แต่เจ้าของ<a href="http://who.is/whois/printfriendly.com/">จดทะเบียนชื่อเว็บไว้</a>ตั้งแต่กลางปี 2006 แฮะ ซุ่มจริง) เข้าเกณฑ์ ไม่รู้ย่อมไม่ผิด (ฮาแบบเศร้า ๆ)</p>
<p>หนุ่มสาวเอย พวกเธอว์จงทบทวนวรรณกรรม! และอย่าลืมหา "ของขาย" (commercial product) มาดูด้วย!</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>The Only Good To-Do List Is A Written One</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/only-good-do-list-written-one" />
    <id>http://tewson.com/content/only-good-do-list-written-one</id>
    <published>2010-02-26T20:37:36+07:00</published>
    <updated>2010-02-26T20:37:36+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="life" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผมเป็นคนที่ใช้ to-do list อย่างไม่สม่ำเสมอ แล้วแต่ปริมาณงาน และความขี้เกียจ วิธีการก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ<br />
แรก ๆ พยายามใช้ Google Calendar เพราะส่ง sms เตือนฟรี แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยได้เรื่อง ต้องเข้าเว็บแถมไม่ได้เห็นตลอดเวลา เข้าทาง Aus den Augen, aus dem Sinn ส่วน sms ที่ปกติเอาไว้เตือนเหตุการณ์ทั่วไปพอเอามาใช้กับงานก็ช้าเกิน (ตั้งให้ส่งล่วงหน้า 1 วัน) จะตั้งให้ส่งล่วงหน้าหลายวันก็ลืม ให้ส่งหลายรอบก็รำคาญ สรุปใช้สมุดจด (ใช้มือถือไม่ได้ กากเกิน ยังจอขาวดำอยู่เลย)<br />
พอปลายปี 2008 บังเกิด Google Tasks ก็พอใช้ได้เพราะไปอยู่หน้า GMail ด้วย แต่ต้องเข้าเว็บอยู่ดี ใช้สมุดจดต่อไป<br />
มีนาคม 2009 ใช้ Google Calendar แบบ offline ได้ โอเคมากขึ้น แต่ต้องเปิด Firefox อยู่ดี ยังใช้สมุดจดเป็นหลัก<br />
จนซื้อมือถือใหม่นี่แหละ รู้สึกจะเดือนเมษายน ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ เข้า GCal/GTasks ก็ได้ เขียน to-do ไว้บนหน้าจอก็ได้ แทบจะไม่ได้ใช้สมุดแล้ว<br />
แต่ปัญหาก็คือ บางทีผมเชื่อมั่นใน to-do list มากไป ทำธุระที่จดไว้แล้วก็หลงดีใจ หารู้ไม่ว่ามีบางอย่างที่ลืมจดลงไปตั้งแต่แรก ทำชีวิตน่าเศร้ามาหลายหนแล้ว นี่คือปัญหาสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ทำไงดี</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผมเป็นคนที่ใช้ to-do list อย่างไม่สม่ำเสมอ แล้วแต่ปริมาณงาน และความขี้เกียจ วิธีการก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ</p>
<p>แรก ๆ พยายามใช้ Google Calendar เพราะส่ง sms เตือนฟรี แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยได้เรื่อง ต้องเข้าเว็บแถมไม่ได้เห็นตลอดเวลา เข้าทาง Aus den Augen, aus dem Sinn ส่วน sms ที่ปกติเอาไว้เตือนเหตุการณ์ทั่วไปพอเอามาใช้กับงานก็ช้าเกิน (ตั้งให้ส่งล่วงหน้า 1 วัน) จะตั้งให้ส่งล่วงหน้าหลายวันก็ลืม ให้ส่งหลายรอบก็รำคาญ สรุปใช้สมุดจด (ใช้มือถือไม่ได้ กากเกิน ยังจอขาวดำอยู่เลย)</p>
<p>พอปลายปี 2008 บังเกิด Google Tasks ก็พอใช้ได้เพราะไปอยู่หน้า GMail ด้วย แต่ต้องเข้าเว็บอยู่ดี ใช้สมุดจดต่อไป</p>
<p>มีนาคม 2009 ใช้ Google Calendar แบบ offline ได้ โอเคมากขึ้น แต่ต้องเปิด Firefox อยู่ดี ยังใช้สมุดจดเป็นหลัก</p>
<p>จนซื้อมือถือใหม่นี่แหละ รู้สึกจะเดือนเมษายน ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ เข้า GCal/GTasks ก็ได้ เขียน to-do ไว้บนหน้าจอก็ได้ แทบจะไม่ได้ใช้สมุดแล้ว</p>
<p>แต่ปัญหาก็คือ บางทีผมเชื่อมั่นใน to-do list มากไป ทำธุระที่จดไว้แล้วก็หลงดีใจ หารู้ไม่ว่ามีบางอย่างที่ลืมจดลงไปตั้งแต่แรก ทำชีวิตน่าเศร้ามาหลายหนแล้ว นี่คือปัญหาสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ทำไงดี</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ความบิดเบือนจากสำนวนแปลบางข่าวของมติชน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%99" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%99</id>
    <published>2010-01-27T02:51:32+07:00</published>
    <updated>2010-01-27T02:51:32+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="news" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ก่อนอ่านโพสท์นี้ ถ้าจะกรุณาอ่าน</p>
<blockquote>
<p><a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264511506&amp;grpid=01&amp;catid=01">"นศ.เคมบริดจ์"ถ่ายหวิวลงเว็บ นสพ.มหา′ลัย ..พิสูจน์แม้เรียนเก่ง ฉันก็"สวยเซ็กซี่"ได้นะยะ!!!!</a></p>
</blockquote>
<p>กับ</p>
<blockquote>
<p><a href="http://www.dailymail.co.uk/news/article-1246090/The-Cambridge-Tab-Undergraduates-strip-student-newspaper.html">Tab Totty is back: Cambridge undergraduates strip to their bikinis for controversial student newspaper</a></p>
</blockquote>
<p>ก็จะพอเข้าใจมากขึ้น แต่ไม่อ่านก็ได้</p>
<p>เนื้อความคร่าว ๆ ในข่าวต้นฉบับก็คือ มีสาวเคมบริดจ์ถ่ายภาพชุดว่ายน้ำขึ้นหน้าแรกของเว็บไซ้ท์หนังสือพิมพ์นักศึกษา มีบทสัมภาษณ์เธอเล็กน้อย และความเห็นของคนที่ไม่เห็นด้วย</p>
<p>ต้องบอกไว้ก่อนว่า ผมไม่รู้เลยว่าใครแปล มีจุดประสงค์ในการแปลอื่นนอกจากเผยแพร่ข่าวตามปกติหรือไม่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาแปลมาจากต้นฉบับที่ผมยกมา (ของ Daily Mail) หรือเปล่า ผม<strong>คิดเอาเอง</strong>จากข้อสันนิษฐานดังนี้</p>
<ul>
<li>เรื่องที่มา ผมลองหาข่าวนี้อ่านจากสองสามเจ้า โดยหาใน Google ด้วยคำค้น "brittany cambridge sexy photo shoot" (สาวเจ้าชื่อบริททานี่ย์น่ะนะ) เจอที่ Metro, Newstin (อ้างของ Metro) และ Daily Mail แล้วมีแค่ที่ Daily Mail ที่มีคำสัมภาษณ์ ลองเทียบประโยคดูก็มีตรงบ้าง</li>
<li>น่าจะเป็นค่านิยม (หรือความเชื่อว่ามันควรจะเป็นค่านิยม) ในประเทศไทยว่าคนที่เรียนมหาวิทยาลัยไม่ควรจะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (ส่วนเหตุผลว่าทำไมวะนี่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจ)</li>
</ul>
<p>ถ้าจะวิจารณ์เรื่องค่านิยมเกี่ยวกับความประพฤติของคนเรียนมหาวิทยาลัยก็จะยาวไป และผมอาจจะไม่มีความสามารถพอ จึงขอพูดแต่เรื่องสำนวนแปลอย่างเดียว</p>
<p>เข้าประเด็น ขอยกคำแปลคำสัมภาษณ์บางส่วนจากมติชน</p>
<blockquote>
<p>"ส่วนสาเหตุที่เลือกฉากถ่ายทำเป็น 'ผับ' นั้น บริททานี่ กล่าวว่า เป็นเพราะเธออยากอยู่ในบรรยากาศแบบอังกฤษดั้งเดิม พร้อมยืนยันด้วยว่า เธอชอบดื่ม 'ช็อคโกแลตร้อน' และไม่ดื่มของมึนเมา"</p>
</blockquote>
<p>เทียบกับต้นฉบับ</p>
<blockquote>
<p>"She says she chose a pub because she wanted to appear in a traditional English setting and used a hot chocolate instead of alcohol to build up some Dutch courage. 'I considered beer but I thought at 11 in the morning I would probably barf,' she added."</p>
</blockquote>
<p>ถ้าเป็นผมแปล จะแปลว่า "เธอกล่าวว่าที่เลือกฉากเป็นผับก็เพราะว่าอยากให้มันได้อารมณ์อังกริ๊ด-อังกฤษ เธอดื่มช็อคโกแลตร้อนย้อมใจแทนที่จะดื่มเหล้า 'ตอนแรกฉันก็ว่าจะดื่มเบียร์ แต่ตอนสิบเอ็ดโมงนี่เดี๋ยวอ้วก' เธอเสริม"</p>
<p>พอได้อ่านต้นฉบับก็บังเกิดความคิดว่า "ตรงไหนวะ ที่ว่าชอบช็อคโกแลตร้อน ตรงไหนวะที่บอกว่าไม่ดื่มของมึนเมา"</p>
<p>ส่วน Dutch courage มันหมายถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพื่อเสริมความมั่นใจ (หรือลดความอาย) เข้าใจว่าคนแปลไม่ทราบจึงไม่ได้ใส่มาในคำแปล ผมเองก็เพิ่งทราบเมื่อลองเปิดพจนานุกรมดู</p>
<p>จะเห็นได้ว่าฉบับแปลนั้น นอกจากความหมายบางอย่างจะตกไป ยังมีการเติมความคิดเห็นส่วนตัวด้วย ตรงนี้ผมคิดเอาเองว่าเป็นความพยายามที่จะสนับสนุนค่านิยมที่ว่าคนที่เรียนมหาวิทยาลัยไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยทำให้ภาพของแม่สาวบริททานี่ย์กลายเป็นว่า แม้จะดู "ใจกล้า" "หัวสมัยใหม่" "ขบถ" อย่างที่คนวัยเรียนมหาวิทยาลัยน่าจะนิยม ก็ยังปฏิเสธเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (ใช้คำว่า "ยืนยัน" ว่าไม่ดื่มของมึนเมา)</p>
<p>อยากถามคนแปลมากว่า เพื่ออะไร ไม่ถามถึงเรื่องค่านิยมนั่นก็ได้ ถามแค่ว่า แปลไม่ครบ แถมข้อความ เพื่ออะไร ที่มาของข่าวก็ไม่ได้ให้มา (เข้าใจว่าจริง ๆ ก็ไม่จำเป็น เพราะข่าวเป็นของสาธารณะ? แต่แหม น่าจะให้โอกาสคนอ่านได้ฉลาดบ้างว่าแปลมามั่วหรือเปล่า)</p>
<p>แน่นอน ไม่ใช่ผมที่จะไปตัดสินว่าควรแปลอย่างไหน แต่มันบอกได้ว่าในต้นฉบับไม่ได้ตัดสินความสมควรไม่สมควรของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างในฉบับแปลแน่ ๆ</p>
<p>จริง ๆ มีประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับสำนวนแปลข่าวนี้อีก ต้องลองอ่านเทียบกันทั้งข่าวดู</p>
<p>อ้อ อีกประเด็น (นอกเรื่อง) คือ ทั้งสวย ทั้งฉลาดเนี่ย ผมว่ามีเยอะแยะไป ;)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ก่อนอ่านโพสท์นี้ ถ้าจะกรุณาอ่าน</p>
<blockquote>
<p><a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264511506&amp;grpid=01&amp;catid=01">"นศ.เคมบริดจ์"ถ่ายหวิวลงเว็บ นสพ.มหา′ลัย ..พิสูจน์แม้เรียนเก่ง ฉันก็"สวยเซ็กซี่"ได้นะยะ!!!!</a></p>
</blockquote>
<p>กับ</p>
<blockquote>
<p><a href="http://www.dailymail.co.uk/news/article-1246090/The-Cambridge-Tab-Undergraduates-strip-student-newspaper.html">Tab Totty is back: Cambridge undergraduates strip to their bikinis for controversial student newspaper</a></p>
</blockquote>
<p>ก็จะพอเข้าใจมากขึ้น แต่ไม่อ่านก็ได้</p>
<p>เนื้อความคร่าว ๆ ในข่าวต้นฉบับก็คือ มีสาวเคมบริดจ์ถ่ายภาพชุดว่ายน้ำขึ้นหน้าแรกของเว็บไซ้ท์หนังสือพิมพ์นักศึกษา มีบทสัมภาษณ์เธอเล็กน้อย และความเห็นของคนที่ไม่เห็นด้วย</p>
<p>ต้องบอกไว้ก่อนว่า ผมไม่รู้เลยว่าใครแปล มีจุดประสงค์ในการแปลอื่นนอกจากเผยแพร่ข่าวตามปกติหรือไม่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาแปลมาจากต้นฉบับที่ผมยกมา (ของ Daily Mail) หรือเปล่า ผม<strong>คิดเอาเอง</strong>จากข้อสันนิษฐานดังนี้</p>
<ul>
<li>เรื่องที่มา ผมลองหาข่าวนี้อ่านจากสองสามเจ้า โดยหาใน Google ด้วยคำค้น "brittany cambridge sexy photo shoot" (สาวเจ้าชื่อบริททานี่ย์น่ะนะ) เจอที่ Metro, Newstin (อ้างของ Metro) และ Daily Mail แล้วมีแค่ที่ Daily Mail ที่มีคำสัมภาษณ์ ลองเทียบประโยคดูก็มีตรงบ้าง</li>
<li>น่าจะเป็นค่านิยม (หรือความเชื่อว่ามันควรจะเป็นค่านิยม) ในประเทศไทยว่าคนที่เรียนมหาวิทยาลัยไม่ควรจะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (ส่วนเหตุผลว่าทำไมวะนี่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจ)</li>
</ul>
<p>ถ้าจะวิจารณ์เรื่องค่านิยมเกี่ยวกับความประพฤติของคนเรียนมหาวิทยาลัยก็จะยาวไป และผมอาจจะไม่มีความสามารถพอ จึงขอพูดแต่เรื่องสำนวนแปลอย่างเดียว</p>
<p>เข้าประเด็น ขอยกคำแปลคำสัมภาษณ์บางส่วนจากมติชน</p>
<blockquote>
<p>"ส่วนสาเหตุที่เลือกฉากถ่ายทำเป็น 'ผับ' นั้น บริททานี่ กล่าวว่า เป็นเพราะเธออยากอยู่ในบรรยากาศแบบอังกฤษดั้งเดิม พร้อมยืนยันด้วยว่า เธอชอบดื่ม 'ช็อคโกแลตร้อน' และไม่ดื่มของมึนเมา"</p>
</blockquote>
<p>เทียบกับต้นฉบับ</p>
<blockquote>
<p>"She says she chose a pub because she wanted to appear in a traditional English setting and used a hot chocolate instead of alcohol to build up some Dutch courage. 'I considered beer but I thought at 11 in the morning I would probably barf,' she added."</p>
</blockquote>
<p>ถ้าเป็นผมแปล จะแปลว่า "เธอกล่าวว่าที่เลือกฉากเป็นผับก็เพราะว่าอยากให้มันได้อารมณ์อังกริ๊ด-อังกฤษ เธอดื่มช็อคโกแลตร้อนย้อมใจแทนที่จะดื่มเหล้า 'ตอนแรกฉันก็ว่าจะดื่มเบียร์ แต่ตอนสิบเอ็ดโมงนี่เดี๋ยวอ้วก' เธอเสริม"</p>
<p>พอได้อ่านต้นฉบับก็บังเกิดความคิดว่า "ตรงไหนวะ ที่ว่าชอบช็อคโกแลตร้อน ตรงไหนวะที่บอกว่าไม่ดื่มของมึนเมา"</p>
<p>ส่วน Dutch courage มันหมายถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพื่อเสริมความมั่นใจ (หรือลดความอาย) เข้าใจว่าคนแปลไม่ทราบจึงไม่ได้ใส่มาในคำแปล ผมเองก็เพิ่งทราบเมื่อลองเปิดพจนานุกรมดู</p>
<p>จะเห็นได้ว่าฉบับแปลนั้น นอกจากความหมายบางอย่างจะตกไป ยังมีการเติมความคิดเห็นส่วนตัวด้วย ตรงนี้ผมคิดเอาเองว่าเป็นความพยายามที่จะสนับสนุนค่านิยมที่ว่าคนที่เรียนมหาวิทยาลัยไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยทำให้ภาพของแม่สาวบริททานี่ย์กลายเป็นว่า แม้จะดู "ใจกล้า" "หัวสมัยใหม่" "ขบถ" อย่างที่คนวัยเรียนมหาวิทยาลัยน่าจะนิยม ก็ยังปฏิเสธเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (ใช้คำว่า "ยืนยัน" ว่าไม่ดื่มของมึนเมา)</p>
<p>อยากถามคนแปลมากว่า เพื่ออะไร ไม่ถามถึงเรื่องค่านิยมนั่นก็ได้ ถามแค่ว่า แปลไม่ครบ แถมข้อความ เพื่ออะไร ที่มาของข่าวก็ไม่ได้ให้มา (เข้าใจว่าจริง ๆ ก็ไม่จำเป็น เพราะข่าวเป็นของสาธารณะ? แต่แหม น่าจะให้โอกาสคนอ่านได้ฉลาดบ้างว่าแปลมามั่วหรือเปล่า)</p>
<p>แน่นอน ไม่ใช่ผมที่จะไปตัดสินว่าควรแปลอย่างไหน แต่มันบอกได้ว่าในต้นฉบับไม่ได้ตัดสินความสมควรไม่สมควรของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างในฉบับแปลแน่ ๆ</p>
<p>จริง ๆ มีประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับสำนวนแปลข่าวนี้อีก ต้องลองอ่านเทียบกันทั้งข่าวดู</p>
<p>อ้อ อีกประเด็น (นอกเรื่อง) คือ ทั้งสวย ทั้งฉลาดเนี่ย ผมว่ามีเยอะแยะไป ;)</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ใครบอกว่าอะไรที่ปรากฏอยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้วจะไม่หายไป</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%8F%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9B" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%8F%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9B</id>
    <published>2010-01-13T05:05:56+07:00</published>
    <updated>2010-01-13T05:05:56+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผมเคยดูโฆษณารณรงค์การยั้งคิดก่อนโพสท์อะไรลงไปบนอินเทอร์เน็ต เป็นหญิงสาวคนหนึ่งนำภาพส่วนตัวของตัวเองไปแปะไว้ที่บอร์ดโรงอาหาร (เปรียบเป็นอินเทอร์เน็ต) ต่อมาพบว่าใคร ๆ ก็มาดึงรูปนั้นไป โดยที่รูปเดิมยังคงอยู่ เธอเริ่มรู้สึกอาย จะพยายามมาดึงออกไปแต่ก็ไม่สำเร็จ รูปนั้นยังคงอยู่บนบอร์ดต่อไป</p>
<p>ผมเองก็เชื่ออย่างนั้นมาโดยตลอด ว่าความรู้ที่เคยมีใครเผยแพร่ไว้ในอินเทอร์เน็ตเนี่ย มันน่าจะมีคนทำซ้ำไว้เรื่อย ๆ จนไม่มีวันหายไป</p>
<p>แต่มันก็อาจไม่จริงเสียแล้ว</p>
<p>พอดีว่างานที่ทำอยู่ส่วนหนึ่งต้องพยายามนับหน้าคนในรูปภาพด้วย JavaScript (หรือไม่ก็ใช้ไฟล์ไบนารี่แค่ไฟล์เดียวให้ได้ ซึ่งยังทำไม่ได้ เพราะใช้ OpenCV มันต้องไปเรียกไลบรารี่อะไรวุ่นวายไปหมด ไม่รู้จะจับยัดเป็นไฟล์เดียวยังไง) ไอ้เราขี้เกียจทำเอง ก็เลยถามองค์พ่อกูเกิ้ล ท่านก็ชี้ทางไปที่ <a href="http://blog.kpicturebooth.com/?p=8" title="http://blog.kpicturebooth.com/?p=8">http://blog.kpicturebooth.com/?p=8</a> ไอ้เราก็ย่ามใจ พอกดเข้าไปดู พบว่าเว็บนั้นมันไม่มีอยู่จริงซะแล้ว</p>
<p>ไม่เป็นไร มันน่าจะมีคนอื่นก๊อปปี้ไว้บ้าง ก็ลองค้นดู พบว่า <strong>ทุกคน</strong> แม่งชี้ไปที่เว็บนั้นอย่างเดียวเลย ประมาณว่าเขียนบล็อกไว้สั้น ๆ "เฮ้ยมีคนทำ face detection ด้วย JavaScript ได้ว่ะ เจ๋งดี ตามไปอ่านที่นี่นะ" แล้วก็ใส่ลิ้งค์ไว้ แค่นั้น ไม่มีใครทำซ้ำไว้เลย (อย่างน้อยเท่าที่หามาหลายชั่วโมงนี่ก็ยังหาไม่เจอ)</p>
<p>ถึงกับเซ็ง</p>
<p>ตอนนี้มีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์ลิบ ๆ คือมีคนเอาโค้ด (ที่หายไปแล้วนั่น) <a href="http://www.svay.com/blog/index/post/2009/06/19/Face-detection-in-pure-PHP-(without-OpenCV)">มาลอกเป็นภาษา PHP</a> สงสัยจะต้องเอามันมาแปลงกลับเป็น JavaScript อีกครั้งหนึ่ง</p>
<p>ต้องทำปุ่ม archive ไว้แล้วมั้ง เจออะไรดี ๆ ก็กดปุ๊บ ดูดไปเก็บไว้สักที่ปั๊บ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผมเคยดูโฆษณารณรงค์การยั้งคิดก่อนโพสท์อะไรลงไปบนอินเทอร์เน็ต เป็นหญิงสาวคนหนึ่งนำภาพส่วนตัวของตัวเองไปแปะไว้ที่บอร์ดโรงอาหาร (เปรียบเป็นอินเทอร์เน็ต) ต่อมาพบว่าใคร ๆ ก็มาดึงรูปนั้นไป โดยที่รูปเดิมยังคงอยู่ เธอเริ่มรู้สึกอาย จะพยายามมาดึงออกไปแต่ก็ไม่สำเร็จ รูปนั้นยังคงอยู่บนบอร์ดต่อไป</p>
<p>ผมเองก็เชื่ออย่างนั้นมาโดยตลอด ว่าความรู้ที่เคยมีใครเผยแพร่ไว้ในอินเทอร์เน็ตเนี่ย มันน่าจะมีคนทำซ้ำไว้เรื่อย ๆ จนไม่มีวันหายไป</p>
<p>แต่มันก็อาจไม่จริงเสียแล้ว</p>
<p>พอดีว่างานที่ทำอยู่ส่วนหนึ่งต้องพยายามนับหน้าคนในรูปภาพด้วย JavaScript (หรือไม่ก็ใช้ไฟล์ไบนารี่แค่ไฟล์เดียวให้ได้ ซึ่งยังทำไม่ได้ เพราะใช้ OpenCV มันต้องไปเรียกไลบรารี่อะไรวุ่นวายไปหมด ไม่รู้จะจับยัดเป็นไฟล์เดียวยังไง) ไอ้เราขี้เกียจทำเอง ก็เลยถามองค์พ่อกูเกิ้ล ท่านก็ชี้ทางไปที่ <a href="http://blog.kpicturebooth.com/?p=8" title="http://blog.kpicturebooth.com/?p=8">http://blog.kpicturebooth.com/?p=8</a> ไอ้เราก็ย่ามใจ พอกดเข้าไปดู พบว่าเว็บนั้นมันไม่มีอยู่จริงซะแล้ว</p>
<p>ไม่เป็นไร มันน่าจะมีคนอื่นก๊อปปี้ไว้บ้าง ก็ลองค้นดู พบว่า <strong>ทุกคน</strong> แม่งชี้ไปที่เว็บนั้นอย่างเดียวเลย ประมาณว่าเขียนบล็อกไว้สั้น ๆ "เฮ้ยมีคนทำ face detection ด้วย JavaScript ได้ว่ะ เจ๋งดี ตามไปอ่านที่นี่นะ" แล้วก็ใส่ลิ้งค์ไว้ แค่นั้น ไม่มีใครทำซ้ำไว้เลย (อย่างน้อยเท่าที่หามาหลายชั่วโมงนี่ก็ยังหาไม่เจอ)</p>
<p>ถึงกับเซ็ง</p>
<p>ตอนนี้มีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์ลิบ ๆ คือมีคนเอาโค้ด (ที่หายไปแล้วนั่น) <a href="http://www.svay.com/blog/index/post/2009/06/19/Face-detection-in-pure-PHP-(without-OpenCV)">มาลอกเป็นภาษา PHP</a> สงสัยจะต้องเอามันมาแปลงกลับเป็น JavaScript อีกครั้งหนึ่ง</p>
<p>ต้องทำปุ่ม archive ไว้แล้วมั้ง เจออะไรดี ๆ ก็กดปุ๊บ ดูดไปเก็บไว้สักที่ปั๊บ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>การ retweet อย่างฉลาด (ถ้าจะ retweet คุยกันให้ได้น่ะนะ!)</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-retweet-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0-retweet-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B0" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-retweet-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0-retweet-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B0</id>
    <published>2010-01-04T22:31:20+07:00</published>
    <updated>2010-01-04T22:31:20+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="twitter" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หากใครไม่รู้จัก <a href="http://twitter.com">twitter</a> จงเข้าไปสมัคร แล้วมาฟอลโล่ว์ <a href="http://twitter.com/tewson">@tewson</a></p>
<p>หากใครไม่รู้จักการ retweet มันคือการส่งต่อข้อความที่เราพบจากคนที่เราฟอลโล่ว์อยู่ ไปให้คนที่ฟอลโล่ว์เราอยู่ เช่น</p>
<p>A ฟอลโล่ว์ B และ C อยู่</p>
<p>D และ E ฟอลโล่ว์ A อยู่ แต่ไม่ได้ฟอลโล่ว์ B และ C</p>
<p>B ทวีตว่า "ไฟไหม้อ่างเก็บน้ำที่ถนน x"</p>
<p>A เมื่อเห็นทวีตของ B อยากให้คนอื่นรู้ด้วย ก็เลยทวีตว่า "rt @B: ไฟไหม้อ่างเก็บน้ำที่ถนน X"</p>
<p>เท่านี้ D และ E ที่ฟอลโลว์ A อยู่ ก็จะเห็นข้อความ และทราบด้วยว่าใครเป็นต้นฉบับ</p>
<p>หากใครไม่รู้จักการ reply มันคือการตอบทวีตคนอื่น ในหน้าเว็บสามารถทำได้โดยกดปุ่ม reply แล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับ ข้อดีของการกดปุ่ม reply นั้นคือ ทวีตของเราที่ reply คนอื่นนั้น จะมีลิ้งค์ให้กดไปดูได้ว่า reply ข้อความอะไร</p>
<p>ทีนี้ ก็มีความนิยม (ที่ผมเห็นว่า) ประหลาด ๆ อยู่อย่างหนึ่ง ดังตัวอย่างนี้</p>
<blockquote>
<p>C ทวีตว่า "@A ถึงไหนแล้วจ๊ะ"</p>
</blockquote>
<p>แน่นอน D กับ E ไม่เห็นทวีตนี้ แต่แล้วเขาก็เห็น A ทวีตว่า</p>
<blockquote>
<p>A: "rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ // ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~"</p>
</blockquote>
<p>ท่านคิดว่าจุดประสงค์ในทวีตของ A ข้างบนนี้คืออะไร</p>
<p>มองผ่าน ๆ ก็คงบอกได้ว่า อ๋อ A ก็จะตอบ C ไงว่าถึงบ้านแล้ว</p>
<p>แต่เดี๋ยวก่อน ถ้า A จะตอบ C เนี่ย <strong>ทำไมไม่ใช้ reply ล่ะ</strong></p>
<p>อันนี้ก็สุดปัญญาที่ผมจะตอบ เหลือเพียงทางเลือกเดียวคือ A เนี่ย ต้องการให้คนที่ฟอลโล่ว์ตนเองอยู่ เห็นว่า A คุยกับ C</p>
<p>ซึ่งปัญญาอันตื้นเขินของผมก็มองไม่ค่อยเห็นว่าเพื่ออะไร (วะ)</p>
<p>แต่ไม่เป็นไรครับ นั่นไม่ใช่ประเด็นของเรื่องนี้ ใครจะอยากให้ใครเห็นว่าคุยกับใครก็ตามสบาย แต่ประเด็นคือ ถ้าคุณเห็นทวีตนี้</p>
<blockquote>
<p>A: "rt @C: rt @A: rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ // ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~ &lt;&lt; โห ไวจัง หุหุ~ ... มีคนมาส่ง >//&lt;"</p>
</blockquote>
<p>ผมนับถือ A กับ C มากที่ยังคุยกันรู้เรื่องอยู่</p>
<p>อย่ากระนั้นเลย ผมมีวิธีง่าย ๆ ที่ดีกว่าในการคุยกับคนอื่นผ่านการ retweet มาเสนอ คือ ลองเปรียบเทียบ</p>
<blockquote>
<p>A: "rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ // ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~" (49 ตัวอักษร)</p>
</blockquote>
<p>กับ</p>
<blockquote>
<p>A: "ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~ rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ" (46 ตัวอักษร)</p>
</blockquote>
<p>ข้อดีที่เราเห็นทันทีคือ คนอื่นยังรู้ได้ว่า A ตอบ C (ไม่ว่าจะอยากรู้หรือไม่ก็ตาม) แถมยังประหยัดพื้นที่ไปถึง 3 ตัวอักษร!</p>
<p>หรือลองเปรียบเทียบ</p>
<blockquote>
<p>A: "rt @C: rt @A: rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ // ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~ &lt;&lt; โห ไวจัง หุหุ~ ... มีคนมาส่ง >//&lt;" (86 ตัวอักษร)</p>
</blockquote>
<p>กับ</p>
<blockquote>
<p>A: "มีคนมาส่ง >//&lt; rt @C: โห ไวจัง หุหุ~ rt @A: ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~ rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ" (76 ตัวอักษร)</p>
</blockquote>
<p>โอ้จ๊อด มันประหยัดไปถึง 10 ตัวอักษร เหลือพื้นที่ไว้ให้คุยอวดชาวบ้านอีกเยอะแยะ หรือจะให้คนอื่นเข้ามาร่วมวงสนทนาอวดชาวบ้านก็ยังไหว</p>
<p>แถมยังเห็นลำดับของการสนทนาอย่างเป็นระเบียบด้วย ไม่ต้องมานั่งนึกว่าจะคั่นด้วยอะไรดี จะ // หรือ &lt;&lt; หรือ .. แถมเยอะ ๆ เข้าก็ไม่รู้ว่าใครคั่นด้วยอะไร</p>
<p>ยังไงก็ฝากไว้พิจารณานะครับ ไอเดียง่าย ๆ เอาความคิดเห็นที่ใส่เพิ่มเข้าไปมาไว้ข้างหน้าแทนที่จะต่อท้าย เพราะยังไงด้านหน้าก็มีคำว่า rt คั่นให้อยู่แล้ว</p>
<p>ไอเดียนี้เห็นฝรั่งทำกัน เวลาที่เขาเจอทวีตเจ๋งๆ แล้วต้องการเผยแพร่แบบแทรกความเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ (แต่ไม่ใช่คุยกันนะ ครั้งเดียวจบ เช่น "อันนี้โคตรฮาเลยว่ะ rt @x: บลาบลาบลา")</p>
<p>ฝากไว้พิจารณาด้วยนะครับ ด้วยความหวังดี วิธีมันดีกว่าจริง ๆ ไม่รู้ว่าฝรั่งมันฉลาดหรือพวกเราหลงลืมกันไปเอง (แหม ก็เวลากด rt เนี่ย เคอร์เซ่อร์มันเลื่อนมาอยู่ท้ายข้อความพอดี พิมพ์ต่อได้เลย จะเสียเวลากด home ไปพิมพ์ด้านหน้าข้อความทำไมเนอะ หึหึ)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หากใครไม่รู้จัก <a href="http://twitter.com">twitter</a> จงเข้าไปสมัคร แล้วมาฟอลโล่ว์ <a href="http://twitter.com/tewson">@tewson</a></p>
<p>หากใครไม่รู้จักการ retweet มันคือการส่งต่อข้อความที่เราพบจากคนที่เราฟอลโล่ว์อยู่ ไปให้คนที่ฟอลโล่ว์เราอยู่ เช่น</p>
<p>A ฟอลโล่ว์ B และ C อยู่</p>
<p>D และ E ฟอลโล่ว์ A อยู่ แต่ไม่ได้ฟอลโล่ว์ B และ C</p>
<p>B ทวีตว่า "ไฟไหม้อ่างเก็บน้ำที่ถนน x"</p>
<p>A เมื่อเห็นทวีตของ B อยากให้คนอื่นรู้ด้วย ก็เลยทวีตว่า "rt @B: ไฟไหม้อ่างเก็บน้ำที่ถนน X"</p>
<p>เท่านี้ D และ E ที่ฟอลโลว์ A อยู่ ก็จะเห็นข้อความ และทราบด้วยว่าใครเป็นต้นฉบับ</p>
<p>หากใครไม่รู้จักการ reply มันคือการตอบทวีตคนอื่น ในหน้าเว็บสามารถทำได้โดยกดปุ่ม reply แล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับ ข้อดีของการกดปุ่ม reply นั้นคือ ทวีตของเราที่ reply คนอื่นนั้น จะมีลิ้งค์ให้กดไปดูได้ว่า reply ข้อความอะไร</p>
<p>ทีนี้ ก็มีความนิยม (ที่ผมเห็นว่า) ประหลาด ๆ อยู่อย่างหนึ่ง ดังตัวอย่างนี้</p>
<blockquote>
<p>C ทวีตว่า "@A ถึงไหนแล้วจ๊ะ"</p>
</blockquote>
<p>แน่นอน D กับ E ไม่เห็นทวีตนี้ แต่แล้วเขาก็เห็น A ทวีตว่า</p>
<blockquote>
<p>A: "rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ // ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~"</p>
</blockquote>
<p>ท่านคิดว่าจุดประสงค์ในทวีตของ A ข้างบนนี้คืออะไร</p>
<p>มองผ่าน ๆ ก็คงบอกได้ว่า อ๋อ A ก็จะตอบ C ไงว่าถึงบ้านแล้ว</p>
<p>แต่เดี๋ยวก่อน ถ้า A จะตอบ C เนี่ย <strong>ทำไมไม่ใช้ reply ล่ะ</strong></p>
<p>อันนี้ก็สุดปัญญาที่ผมจะตอบ เหลือเพียงทางเลือกเดียวคือ A เนี่ย ต้องการให้คนที่ฟอลโล่ว์ตนเองอยู่ เห็นว่า A คุยกับ C</p>
<p>ซึ่งปัญญาอันตื้นเขินของผมก็มองไม่ค่อยเห็นว่าเพื่ออะไร (วะ)</p>
<p>แต่ไม่เป็นไรครับ นั่นไม่ใช่ประเด็นของเรื่องนี้ ใครจะอยากให้ใครเห็นว่าคุยกับใครก็ตามสบาย แต่ประเด็นคือ ถ้าคุณเห็นทวีตนี้</p>
<blockquote>
<p>A: "rt @C: rt @A: rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ // ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~ &lt;&lt; โห ไวจัง หุหุ~ ... มีคนมาส่ง >//&lt;"</p>
</blockquote>
<p>ผมนับถือ A กับ C มากที่ยังคุยกันรู้เรื่องอยู่</p>
<p>อย่ากระนั้นเลย ผมมีวิธีง่าย ๆ ที่ดีกว่าในการคุยกับคนอื่นผ่านการ retweet มาเสนอ คือ ลองเปรียบเทียบ</p>
<blockquote>
<p>A: "rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ // ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~" (49 ตัวอักษร)</p>
</blockquote>
<p>กับ</p>
<blockquote>
<p>A: "ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~ rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ" (46 ตัวอักษร)</p>
</blockquote>
<p>ข้อดีที่เราเห็นทันทีคือ คนอื่นยังรู้ได้ว่า A ตอบ C (ไม่ว่าจะอยากรู้หรือไม่ก็ตาม) แถมยังประหยัดพื้นที่ไปถึง 3 ตัวอักษร!</p>
<p>หรือลองเปรียบเทียบ</p>
<blockquote>
<p>A: "rt @C: rt @A: rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ // ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~ &lt;&lt; โห ไวจัง หุหุ~ ... มีคนมาส่ง >//&lt;" (86 ตัวอักษร)</p>
</blockquote>
<p>กับ</p>
<blockquote>
<p>A: "มีคนมาส่ง >//&lt; rt @C: โห ไวจัง หุหุ~ rt @A: ถึงบ้านแล้วจ้ะ คริคริ~ rt @C: @A ถึงไหนแล้วจ๊ะ" (76 ตัวอักษร)</p>
</blockquote>
<p>โอ้จ๊อด มันประหยัดไปถึง 10 ตัวอักษร เหลือพื้นที่ไว้ให้คุยอวดชาวบ้านอีกเยอะแยะ หรือจะให้คนอื่นเข้ามาร่วมวงสนทนาอวดชาวบ้านก็ยังไหว</p>
<p>แถมยังเห็นลำดับของการสนทนาอย่างเป็นระเบียบด้วย ไม่ต้องมานั่งนึกว่าจะคั่นด้วยอะไรดี จะ // หรือ &lt;&lt; หรือ .. แถมเยอะ ๆ เข้าก็ไม่รู้ว่าใครคั่นด้วยอะไร</p>
<p>ยังไงก็ฝากไว้พิจารณานะครับ ไอเดียง่าย ๆ เอาความคิดเห็นที่ใส่เพิ่มเข้าไปมาไว้ข้างหน้าแทนที่จะต่อท้าย เพราะยังไงด้านหน้าก็มีคำว่า rt คั่นให้อยู่แล้ว</p>
<p>ไอเดียนี้เห็นฝรั่งทำกัน เวลาที่เขาเจอทวีตเจ๋งๆ แล้วต้องการเผยแพร่แบบแทรกความเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ (แต่ไม่ใช่คุยกันนะ ครั้งเดียวจบ เช่น "อันนี้โคตรฮาเลยว่ะ rt @x: บลาบลาบลา")</p>
<p>ฝากไว้พิจารณาด้วยนะครับ ด้วยความหวังดี วิธีมันดีกว่าจริง ๆ ไม่รู้ว่าฝรั่งมันฉลาดหรือพวกเราหลงลืมกันไปเอง (แหม ก็เวลากด rt เนี่ย เคอร์เซ่อร์มันเลื่อนมาอยู่ท้ายข้อความพอดี พิมพ์ต่อได้เลย จะเสียเวลากด home ไปพิมพ์ด้านหน้าข้อความทำไมเนอะ หึหึ)</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เสียงรบกวนจากงานเลี้ยงในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95</id>
    <published>2009-12-28T21:51:02+07:00</published>
    <updated>2009-12-28T21:51:02+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="else" />
    <category term="life" />
    <category term="rant" />
    <category term="university" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อกี้นี่เอง กรุณาอ่านข้อมูลประกอบเหล่านี้ก่อน</p>
<ul>
<li>หอสมุดในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีหลัก ๆ สองที่ คือ หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ เก็บหนังสือทุกประเภท และหอสมุดศูนย์รังสิต เก็บหนังสือสายวิทยาศาสตร์</li>
<li>วันนี้หอสมุดป๋วยฯ ปิดสามทุ่ม แต่หอสมุดศูนย์รังสิตปิดห้าทุ่ม เพราะยังมีบางคณะสอบอยู่</li>
<li>ผมเข้าใจว่าบุคคลภายนอกสามารถขอเช่าพื้นที่มหาวิทยาลัยจัดงานต่าง ๆ ได้</li>
<li>ผมเข้าใจว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในบริเวณมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องต้องห้าม</li>
</ul>
<p>ผมนั่งอยู่ที่หอสมุดป๋วยตั้งแต่บ่ายแก่ ๆ ฟังเพลงไปเรื่อย ๆ พอห้องสมุดใกล้ปิด (สามทุ่ม) ก็ถอดหูฟังออก เตรียมเก็บข้าวของย้ายไปอีกหอสมุดหนึ่ง หูพลันได้ยินเสียง ตึก โป๊ะ ตึก โป๊ะ เดินออกมาข้างหน้าจึงได้รู้ว่ามีคอนเสิร์ตอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัย (เข้าใจว่าเป็นเอกชนมาเช่าที่) ฟังดูเสียงน่าจะมาจากทางลานพญานาค ไม่ก็ศูนย์กีฬาทางน้ำ (สองที่นี้อยู่ติดกัน)</p>
<p>แล้วเสียงแม่งดังโคตร ๆ ที่อยู่ใกล้ลานพญานาคที่สุดคือหอพักทียูโดม (ห่างกันแค่ข้ามถนน) ผมเดินจากหอสมุดป๋วยมาจนใกล้หอพักใน เสียงแม่งก็ยังคงกึกก้อง เนื่องจากตึกต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยเป็นตัวช่วยสะท้อนเสียงอย่างดี</p>
<p>จากนั้นก็เดินเลี้ยวมาหอสมุดศูนย์รังสิต ระหว่างทางก็เจออีกงานเลี้ยงนึง เข้าใจว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ตึกนั้น แม่ง เสียงดังพอกัน ตอนเดินผ่านนี่งานใกล้เลิกแล้ว เห็นมีขวดเบียร์วางอยู่บ้างด้วย เดินเข้ามาในห้องสมุดก็ยังมีเสียง ตึบ ตึบ ตึบ อยู่ อัดคลิปมาให้ดูด้วยว่ามันใกล้แค่ไหน (จริง ๆ ตอนอยู่ในหอสมุดก็ได้ยินเสียงแล้ว แต่ไมโครโฟนมือถือมันห่วยเกิน)</p>
<p><a href="http://www.tu.ac.th/intro/about/tumap/map_tu_51/rangsit_thai_b.jpg">ดูแผนที่ประกอบได้</a> หอสมุดศูนย์รังสิตที่เบอร์ 3 หอสมุดป๋วยฯ ที่เบอร์ 4 งานเลี้ยงเจ้าหน้าที่ที่เบอร์ 2 คอนเสิร์ตที่เบอร์ 39 ไม่ก็ 41</p>
<p>ในคลิปนี่คือเดินจากในห้องสมุดออกมาให้ดูว่า แค่ออกมาข้างหน้าก็เจองานเลี้ยงพร้อมลำโพงขนาดยักษ์แล้ว</p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/HpVDJNA2PCs&hl=en_US&fs=1&rel=0" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><embed src="http://www.youtube.com/v/HpVDJNA2PCs&hl=en_US&fs=1&rel=0" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>ตอนนั่งพิมพ์อยู่นี่ก็ได้ยินเสียง ไม่รู้จากเวทีไหน อนิจจา</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อกี้นี่เอง กรุณาอ่านข้อมูลประกอบเหล่านี้ก่อน</p>
<ul>
<li>หอสมุดในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีหลัก ๆ สองที่ คือ หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ เก็บหนังสือทุกประเภท และหอสมุดศูนย์รังสิต เก็บหนังสือสายวิทยาศาสตร์</li>
<li>วันนี้หอสมุดป๋วยฯ ปิดสามทุ่ม แต่หอสมุดศูนย์รังสิตปิดห้าทุ่ม เพราะยังมีบางคณะสอบอยู่</li>
<li>ผมเข้าใจว่าบุคคลภายนอกสามารถขอเช่าพื้นที่มหาวิทยาลัยจัดงานต่าง ๆ ได้</li>
<li>ผมเข้าใจว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในบริเวณมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องต้องห้าม</li>
</ul>
<p>ผมนั่งอยู่ที่หอสมุดป๋วยตั้งแต่บ่ายแก่ ๆ ฟังเพลงไปเรื่อย ๆ พอห้องสมุดใกล้ปิด (สามทุ่ม) ก็ถอดหูฟังออก เตรียมเก็บข้าวของย้ายไปอีกหอสมุดหนึ่ง หูพลันได้ยินเสียง ตึก โป๊ะ ตึก โป๊ะ เดินออกมาข้างหน้าจึงได้รู้ว่ามีคอนเสิร์ตอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัย (เข้าใจว่าเป็นเอกชนมาเช่าที่) ฟังดูเสียงน่าจะมาจากทางลานพญานาค ไม่ก็ศูนย์กีฬาทางน้ำ (สองที่นี้อยู่ติดกัน)</p>
<p>แล้วเสียงแม่งดังโคตร ๆ ที่อยู่ใกล้ลานพญานาคที่สุดคือหอพักทียูโดม (ห่างกันแค่ข้ามถนน) ผมเดินจากหอสมุดป๋วยมาจนใกล้หอพักใน เสียงแม่งก็ยังคงกึกก้อง เนื่องจากตึกต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยเป็นตัวช่วยสะท้อนเสียงอย่างดี</p>
<p>จากนั้นก็เดินเลี้ยวมาหอสมุดศูนย์รังสิต ระหว่างทางก็เจออีกงานเลี้ยงนึง เข้าใจว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ตึกนั้น แม่ง เสียงดังพอกัน ตอนเดินผ่านนี่งานใกล้เลิกแล้ว เห็นมีขวดเบียร์วางอยู่บ้างด้วย เดินเข้ามาในห้องสมุดก็ยังมีเสียง ตึบ ตึบ ตึบ อยู่ อัดคลิปมาให้ดูด้วยว่ามันใกล้แค่ไหน (จริง ๆ ตอนอยู่ในหอสมุดก็ได้ยินเสียงแล้ว แต่ไมโครโฟนมือถือมันห่วยเกิน)</p>
<p><a href="http://www.tu.ac.th/intro/about/tumap/map_tu_51/rangsit_thai_b.jpg">ดูแผนที่ประกอบได้</a> หอสมุดศูนย์รังสิตที่เบอร์ 3 หอสมุดป๋วยฯ ที่เบอร์ 4 งานเลี้ยงเจ้าหน้าที่ที่เบอร์ 2 คอนเสิร์ตที่เบอร์ 39 ไม่ก็ 41</p>
<p>ในคลิปนี่คือเดินจากในห้องสมุดออกมาให้ดูว่า แค่ออกมาข้างหน้าก็เจองานเลี้ยงพร้อมลำโพงขนาดยักษ์แล้ว</p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/HpVDJNA2PCs&hl=en_US&fs=1&rel=0" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><embed src="http://www.youtube.com/v/HpVDJNA2PCs&hl=en_US&fs=1&rel=0" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>ตอนนั่งพิมพ์อยู่นี่ก็ได้ยินเสียง ไม่รู้จากเวทีไหน อนิจจา</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9B" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9B</id>
    <published>2009-12-17T01:22:50+07:00</published>
    <updated>2009-12-17T01:22:50+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="else" />
    <category term="life" />
    <category term="university" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>วันนี้ตื่นเช้าจะไปคุมแหล็บ เผื่อเวลาไว้ค่อนข้างดี ออกจากหอมาก็ไปรอรถเพื่อเดินทางไปคณะ<br />
การเดินทางไปแถว ๆ คณะวิศวกรรมศาสตร์ SIIT หรือสถาปัตยกรรมศาสตร์เนี่ย แม่งลำบากหน่อย คือมีรถฟรีผ่านแค่สายเดียวคือสายหนึ่ง รถสองแถว (สี่บาท) ก็ผ่านอยู่สายเดียว ถ้ามอเตอร์ไซค์ก็สิบห้าบาท<br />
เดินมาถึงป้ายรถริมถนนก็ยืนรอรถ รออยู่นาน (กว่าปกติ) วันนี้มันเป็นอะไรมีแต่รถสายสองสายสาม คงเพราะเป็นวันสอบ สักพักสองแถวสายหนึ่งก็มา ไม่มีคนเลย ก็ขึ้นไปนั่งคนเดียว สองแถวก็จอดรอคนขึ้นเพิ่ม ก็ยังไม่มี ก็นั่งอยู่อีกนาน เห็นรถฟรีสายหนึ่งกำลังมาพอดี ไอ้เราก็คิดว่า ถ้าเราลงจากรถสองแถวนี่ไป เขาก็ต้องรอต่อ หรือต้องวนไปวนมา เลยนั่งต่อ แค่สี่บาทเอง<br />
รถฟรีสายหนึ่งแม่งเริ่มใกล้เข้ามา จนพอมันจะผ่านไปนั่นล่ะ ลุงคนขับก็เคาะกระจกบอก เอ้า ไปขึ้นรถฟรีไป แล้วก็ไล่ลง หยิบป้ายมาเปลี่ยนแปลงร่างเป็นสายสอง ไอ้เราก็ลงมายืนมองรถฟรีแล่นหายลับไปกับตา รถสองแถวนั่นพอเปลี่ยนเป็นสายสอง คนก็ขึ้นกันเพียบ แล้วก็แล่นหายลับไปกับตา<br />
สุดท้ายยืนรอต่อไป จนมีมอเตอร์ไซค์ผ่านมาจึงเดินทางไปถึงคณะได้ สายไปหนึ่งนาที<br />
คราวหน้าถ้าผมนั่งอยู่บนสองแถว แล้วเห็นรถฟรีเส้นทางเดียวกันผ่านมา ก็คงจะลงจากสองแถวแล้วไปขึ้นรถฟรีได้อย่างสบายใจสินะ<br />
ป.ล. หัวข้อมันเกี่ยวอะไรกับเนื้อหาวะครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>วันนี้ตื่นเช้าจะไปคุมแหล็บ เผื่อเวลาไว้ค่อนข้างดี ออกจากหอมาก็ไปรอรถเพื่อเดินทางไปคณะ</p>
<p>การเดินทางไปแถว ๆ คณะวิศวกรรมศาสตร์ SIIT หรือสถาปัตยกรรมศาสตร์เนี่ย แม่งลำบากหน่อย คือมีรถฟรีผ่านแค่สายเดียวคือสายหนึ่ง รถสองแถว (สี่บาท) ก็ผ่านอยู่สายเดียว ถ้ามอเตอร์ไซค์ก็สิบห้าบาท</p>
<p>เดินมาถึงป้ายรถริมถนนก็ยืนรอรถ รออยู่นาน (กว่าปกติ) วันนี้มันเป็นอะไรมีแต่รถสายสองสายสาม คงเพราะเป็นวันสอบ สักพักสองแถวสายหนึ่งก็มา ไม่มีคนเลย ก็ขึ้นไปนั่งคนเดียว สองแถวก็จอดรอคนขึ้นเพิ่ม ก็ยังไม่มี ก็นั่งอยู่อีกนาน เห็นรถฟรีสายหนึ่งกำลังมาพอดี ไอ้เราก็คิดว่า ถ้าเราลงจากรถสองแถวนี่ไป เขาก็ต้องรอต่อ หรือต้องวนไปวนมา เลยนั่งต่อ แค่สี่บาทเอง</p>
<p>รถฟรีสายหนึ่งแม่งเริ่มใกล้เข้ามา จนพอมันจะผ่านไปนั่นล่ะ ลุงคนขับก็เคาะกระจกบอก เอ้า ไปขึ้นรถฟรีไป แล้วก็ไล่ลง หยิบป้ายมาเปลี่ยนแปลงร่างเป็นสายสอง ไอ้เราก็ลงมายืนมองรถฟรีแล่นหายลับไปกับตา รถสองแถวนั่นพอเปลี่ยนเป็นสายสอง คนก็ขึ้นกันเพียบ แล้วก็แล่นหายลับไปกับตา</p>
<p>สุดท้ายยืนรอต่อไป จนมีมอเตอร์ไซค์ผ่านมาจึงเดินทางไปถึงคณะได้ สายไปหนึ่งนาที</p>
<p>คราวหน้าถ้าผมนั่งอยู่บนสองแถว แล้วเห็นรถฟรีเส้นทางเดียวกันผ่านมา ก็คงจะลงจากสองแถวแล้วไปขึ้นรถฟรีได้อย่างสบายใจสินะ</p>
<p>ป.ล. หัวข้อมันเกี่ยวอะไรกับเนื้อหาวะครับ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเดินทางตามหาหญิงสาวหูแหลมทำมือเป็นรูปตัววี</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B5" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B5</id>
    <published>2009-12-09T03:18:29+07:00</published>
    <updated>2009-12-09T03:18:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="internet" />
    <category term="joke" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>แค่หัวข้อก็ฟังดูบ้าพอแล้วใช่ไหม ผมเองก็รู้สึกว่ามันบ้าพอที่จะมาเขียนได้</p>
<p>ก่อนอื่นต้องเข้าไปดู <a href="http://hawtness.com/2009/12/07/wtf-girl-photo-nice-um-ears">ที่นี่</a></p>
<p>(ข้อมูลประกอบ: <a href="http://www.hawtness.com">hawtness</a> เป็นบล็อกรวมภาพฮา ๆ ของสาว ๆ อยู่เครือเดียวกับ <a href="http://failblog.org">failblog</a> สุดโด่งดัง ซึ่งผมก็รู้จัก hawtness มาจาก <a href="http://twitter.com/chayanin">@chayanin</a> อีกทีอะนะ)</p>
<p>เรื่องของเรื่องก็คือ ถ้าคุณคลิกเข้าไปดูในลิ้งก์ข้างต้นแล้ว จะพบว่าสาวหูแหลม (เธอแต่งตัวเลียนแบบ สป็อค ตัวละครจากสตาร์ เทร็ก) นั่น น่ารักดี ความคิดเห็นในเว็บ hawtness นั่นก็ไปในทางเดียวกันคือ ใครวะเนี่ย งามจริง (บางคนก็อุตส่าห์สังเกตว่าโนบรา - แต่นั่นไม่เกี่ยวกัน) บางคนเห็นว่าเป็นรูปที่ถ่ายเอง มันต้องมาจากเฟซบุคหรือบล็อกของเธอแน่ ๆ เลย แล้วก็รำพึงว่า ต้องไปหารูปเธอมาอีกให้ได้</p>
<p>ไอ้ผมก็ไม่ได้คิดอะไร โพสท์นั้นใน hawtness มันมีที่มาอยู่ด้วย <a href="http://zanypickle.com/2009/12/zanypickles-humpday-hotties">คือที่ ZanyPickle ตามลิ้งก์นี้</a> (เอ่อ ไม่ปลอดภัยสำหรับการเปิดในที่ทำงาน) คลิกไปก็พบว่า เดชะบุญ! มีคนมาทิ้งความเห็นไว้ว่า อ๋อ นั่นรูปเพื่อนฉันเอง ต้นฉบับอยู่ใน <a href="http://purplediculous.tumblr.com">บล็อกนี้</a></p>
<p>จะรอช้าอยู่ใย ผมก็คลิกเข้าไปดู กดย้อนไปไม่กี่อัน ก็เจอ<a href="http://purplediculous.tumblr.com/post/255159611/beforetheymakemerun-i-had-not-realized-until">ต้นฉบับ</a> เข้าไปแล้วก็เจอปรากฏการณ์ที่น่าจดจำ นั่นคือ ทั้ง ๆ ที่รูปที่บล็อกนั้นถูกโพสท์ตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน ความคิดเห็นส่วนมากกลับถูกเขียนขึ้นเมื่อสิบกว่าชั่วโมงก่อนหน้าผมเข้ามานี่เอง</p>
<p>อ่าน ๆ ดูก็ประมาณว่า สวยจังเธอ อยากรู้จัก อะไรประมาณนี้ ไปสะดุดสองสามอันบอกว่า เฮ้ สาวสวย เราตามลิ้งก์มาจาก <a href="http://www.reddit.com">reddit</a>! ก็เลยลองคลิกเข้าไปดู<a href="http://www.reddit.com/r/pics/comments/ac6o7/live_long_and_prosper_pic">กระทู้ภาพสาวคนนี้</a> ที่คนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มีคนไปขุดเอารูปมุมอื่น ๆ ของสาวคนนี้มาแปะให้พิสูจน์ตัวตนอีก เอาเข้าไป</p>
<p>สรุปก็คือ ผมว่ามันตลกดี คือถ้าดูจากเวลานะ รูปต้นฉบับถูกโพสท์เมื่อ 23 พฤศจิกายน สิบวันต่อมามันไปโผล่ที่ ZanyPickle แล้วอีกเจ็ดวันต่อมาก็มาอยู่บน Hawtness ทำให้ไปโผล่ที่ Reddit ด้วย ซึ่งคนจำนวนมากน่าจะมาเห็นที่ Hawtness กับ Reddit เนี่ยแหละ แล้วมันก็มองเห็นภาพคนกำลัง "เดินทาง" ตามร่องรอย ผ่านการเชื่อมโยงอันเบาบาง (ถ้าเพื่อนสาวหูแหลมนี่ไม่มาทิ้งความเห็นในบล็อก ZanyPickle ก็คงไม่มีใครได้เห็นภาพอื่นของเธอ) แล้วก็มาโผล่ที่เดียวกัน จากนี้ไปรูปนี้ก็คงจะถูกทำซ้ำและตกค้างอยู่ในอินเทอร์เน็ตไปตราบนานเท่านาน เอวัง</p>
<p>อ้อ สาวคนนั้นชื่อลอเรน ชื่อออนไลน์คือ lckk</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>แค่หัวข้อก็ฟังดูบ้าพอแล้วใช่ไหม ผมเองก็รู้สึกว่ามันบ้าพอที่จะมาเขียนได้</p>
<p>ก่อนอื่นต้องเข้าไปดู <a href="http://hawtness.com/2009/12/07/wtf-girl-photo-nice-um-ears">ที่นี่</a></p>
<p>(ข้อมูลประกอบ: <a href="http://www.hawtness.com">hawtness</a> เป็นบล็อกรวมภาพฮา ๆ ของสาว ๆ อยู่เครือเดียวกับ <a href="http://failblog.org">failblog</a> สุดโด่งดัง ซึ่งผมก็รู้จัก hawtness มาจาก <a href="http://twitter.com/chayanin">@chayanin</a> อีกทีอะนะ)</p>
<p>เรื่องของเรื่องก็คือ ถ้าคุณคลิกเข้าไปดูในลิ้งก์ข้างต้นแล้ว จะพบว่าสาวหูแหลม (เธอแต่งตัวเลียนแบบ สป็อค ตัวละครจากสตาร์ เทร็ก) นั่น น่ารักดี ความคิดเห็นในเว็บ hawtness นั่นก็ไปในทางเดียวกันคือ ใครวะเนี่ย งามจริง (บางคนก็อุตส่าห์สังเกตว่าโนบรา - แต่นั่นไม่เกี่ยวกัน) บางคนเห็นว่าเป็นรูปที่ถ่ายเอง มันต้องมาจากเฟซบุคหรือบล็อกของเธอแน่ ๆ เลย แล้วก็รำพึงว่า ต้องไปหารูปเธอมาอีกให้ได้</p>
<p>ไอ้ผมก็ไม่ได้คิดอะไร โพสท์นั้นใน hawtness มันมีที่มาอยู่ด้วย <a href="http://zanypickle.com/2009/12/zanypickles-humpday-hotties">คือที่ ZanyPickle ตามลิ้งก์นี้</a> (เอ่อ ไม่ปลอดภัยสำหรับการเปิดในที่ทำงาน) คลิกไปก็พบว่า เดชะบุญ! มีคนมาทิ้งความเห็นไว้ว่า อ๋อ นั่นรูปเพื่อนฉันเอง ต้นฉบับอยู่ใน <a href="http://purplediculous.tumblr.com">บล็อกนี้</a></p>
<p>จะรอช้าอยู่ใย ผมก็คลิกเข้าไปดู กดย้อนไปไม่กี่อัน ก็เจอ<a href="http://purplediculous.tumblr.com/post/255159611/beforetheymakemerun-i-had-not-realized-until">ต้นฉบับ</a> เข้าไปแล้วก็เจอปรากฏการณ์ที่น่าจดจำ นั่นคือ ทั้ง ๆ ที่รูปที่บล็อกนั้นถูกโพสท์ตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน ความคิดเห็นส่วนมากกลับถูกเขียนขึ้นเมื่อสิบกว่าชั่วโมงก่อนหน้าผมเข้ามานี่เอง</p>
<p>อ่าน ๆ ดูก็ประมาณว่า สวยจังเธอ อยากรู้จัก อะไรประมาณนี้ ไปสะดุดสองสามอันบอกว่า เฮ้ สาวสวย เราตามลิ้งก์มาจาก <a href="http://www.reddit.com">reddit</a>! ก็เลยลองคลิกเข้าไปดู<a href="http://www.reddit.com/r/pics/comments/ac6o7/live_long_and_prosper_pic">กระทู้ภาพสาวคนนี้</a> ที่คนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มีคนไปขุดเอารูปมุมอื่น ๆ ของสาวคนนี้มาแปะให้พิสูจน์ตัวตนอีก เอาเข้าไป</p>
<p>สรุปก็คือ ผมว่ามันตลกดี คือถ้าดูจากเวลานะ รูปต้นฉบับถูกโพสท์เมื่อ 23 พฤศจิกายน สิบวันต่อมามันไปโผล่ที่ ZanyPickle แล้วอีกเจ็ดวันต่อมาก็มาอยู่บน Hawtness ทำให้ไปโผล่ที่ Reddit ด้วย ซึ่งคนจำนวนมากน่าจะมาเห็นที่ Hawtness กับ Reddit เนี่ยแหละ แล้วมันก็มองเห็นภาพคนกำลัง "เดินทาง" ตามร่องรอย ผ่านการเชื่อมโยงอันเบาบาง (ถ้าเพื่อนสาวหูแหลมนี่ไม่มาทิ้งความเห็นในบล็อก ZanyPickle ก็คงไม่มีใครได้เห็นภาพอื่นของเธอ) แล้วก็มาโผล่ที่เดียวกัน จากนี้ไปรูปนี้ก็คงจะถูกทำซ้ำและตกค้างอยู่ในอินเทอร์เน็ตไปตราบนานเท่านาน เอวัง</p>
<p>อ้อ สาวคนนั้นชื่อลอเรน ชื่อออนไลน์คือ lckk</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เซื่องเซื่อง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87</id>
    <published>2009-11-26T00:26:35+07:00</published>
    <updated>2009-11-26T00:26:35+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="life" />
    <category term="poetry" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เซื่องเซื่อง ซึมซึม เศร้าเศร้า</p>
<p>เหงาเหงา หงอยหงอย หงอหงอ</p>
<p>จับจับ จดจด จ่อจ่อ</p>
<p>รอรอ รีรี รางราง</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เซื่องเซื่อง ซึมซึม เศร้าเศร้า</p>
<p>เหงาเหงา หงอยหงอย หงอหงอ</p>
<p>จับจับ จดจด จ่อจ่อ</p>
<p>รอรอ รีรี รางราง</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สักวาวันอาทิตย์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%8C" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%8C</id>
    <published>2009-11-22T23:55:45+07:00</published>
    <updated>2009-11-22T23:55:45+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="life" />
    <category term="poetry" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เอาซะหน่อย ตื่นมาเมื่อบ่าย โงหัวขึ้นมาบิดขี้เกียจ แล้วมันก็พรวดเข้ามาในหัว มาบันทึกไว้ก่อนจะหมดวัน<br />
สักวาวันอาทิตย์บิดขี้เกียจ<br />
นั่งละเลียดรับลมชมหน้าหนาว<br />
พักภาระไว้ก่อนนอนเหยียดยาว<br />
นอนเหงาหง่าวเปล่าเปลี่ยวคนเดียวเอย<br />
วันหยุดจงเจริญ~</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เอาซะหน่อย ตื่นมาเมื่อบ่าย โงหัวขึ้นมาบิดขี้เกียจ แล้วมันก็พรวดเข้ามาในหัว มาบันทึกไว้ก่อนจะหมดวัน</p>
<p>สักวาวันอาทิตย์บิดขี้เกียจ<br />
นั่งละเลียดรับลมชมหน้าหนาว<br />
พักภาระไว้ก่อนนอนเหยียดยาว<br />
นอนเหงาหง่าวเปล่าเปลี่ยวคนเดียวเอย</p>
<p>วันหยุดจงเจริญ~</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ดู / ฝน / ดาว / ตก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%94%E0%B8%B9-%E0%B8%9D%E0%B8%99-%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%95%E0%B8%81" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%94%E0%B8%B9-%E0%B8%9D%E0%B8%99-%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%95%E0%B8%81</id>
    <published>2009-11-18T02:42:37+07:00</published>
    <updated>2009-11-18T02:42:37+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="life" />
    <category term="poetry" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<table>
<tr>
<td>ดู</td>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ท้องฟ้ากว่าสองยามนึกความหลัง</td>
</tr>
<tr>
<td>ฝน</td>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดาวครั้งก่อนเรายังเยาว์นัก</td>
</tr>
<tr>
<td>ดาว</td>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพียงฉายประกายคำทำเสียหลัก</td>
</tr>
<tr>
<td>ตก</td>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลุมรักร่วงลงด้วยหลงเริง</td>
</tr>
</table>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<table>
<tr>
<td>ดู</td>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ท้องฟ้ากว่าสองยามนึกความหลัง</td>
</tr>
<tr>
<td>ฝน</td>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดาวครั้งก่อนเรายังเยาว์นัก</td>
</tr>
<tr>
<td>ดาว</td>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพียงฉายประกายคำทำเสียหลัก</td>
</tr>
<tr>
<td>ตก</td>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลุมรักร่วงลงด้วยหลงเริง</td>
</tr>
</table>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>org.eclipse.gef 0.0.0 required for installing Android Development Tools on Eclipse 3.5.1</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/orgeclipsegef-000-required-installing-android-development-tools-eclipse-351" />
    <id>http://tewson.com/content/orgeclipsegef-000-required-installing-android-development-tools-eclipse-351</id>
    <published>2009-11-17T17:45:14+07:00</published>
    <updated>2009-11-17T17:46:10+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="android" />
    <category term="intellect" />
    <category term="programming" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Today I wanted to try the Android SDK on my Ubuntu Karmic Koala, so I followed the instructions in the following URL.</p>
<p><a href="http://developer.android.com/sdk/index.html" title="http://developer.android.com/sdk/index.html">http://developer.android.com/sdk/index.html</a></p>
<p>I thought that an IDE would be useful so I installed Eclipse 3.5.1 and tried to install the Android Development Tools, or ADT. However, an error "org.eclipse.gef 0.0.0 required" (or something like that) appeared.</p>
<p>After googling for a while, I found a URL for the GEF SDK, which is Eclipse's Graphic Editing Framework, as the following URL.</p>
<p><a href="http://download.eclipse.org/tools/gef/updates/releases/" title="http://download.eclipse.org/tools/gef/updates/releases/">http://download.eclipse.org/tools/gef/updates/releases/</a></p>
<p>So I added this update into Eclipse by</p>
<ol>
<li>Go to the menu 'Help',</li>
<li>Choose 'Install New Software',</li>
<li>Place the GEF SDK updates URL into the box after 'Work with:',</li>
<li>Choose the right version of updates in the box below (for me, GEF SDK 3.5.1),</li>
<li>Click 'Next',</li>
<li>After Eclipse calculates all the dependencies, just click 'Finish' and let it install the plugin.</li>
</ol>
<p>After installing GEF SDK, return to installation of ADT. You should be able to install it now.</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Today I wanted to try the Android SDK on my Ubuntu Karmic Koala, so I followed the instructions in the following URL.</p>
<p><a href="http://developer.android.com/sdk/index.html" title="http://developer.android.com/sdk/index.html">http://developer.android.com/sdk/index.html</a></p>
<p>I thought that an IDE would be useful so I installed Eclipse 3.5.1 and tried to install the Android Development Tools, or ADT. However, an error "org.eclipse.gef 0.0.0 required" (or something like that) appeared.</p>
<p>After googling for a while, I found a URL for the GEF SDK, which is Eclipse's Graphic Editing Framework, as the following URL.</p>
<p><a href="http://download.eclipse.org/tools/gef/updates/releases/" title="http://download.eclipse.org/tools/gef/updates/releases/">http://download.eclipse.org/tools/gef/updates/releases/</a></p>
<p>So I added this update into Eclipse by</p>
<ol>
<li>Go to the menu 'Help',</li>
<li>Choose 'Install New Software',</li>
<li>Place the GEF SDK updates URL into the box after 'Work with:',</li>
<li>Choose the right version of updates in the box below (for me, GEF SDK 3.5.1),</li>
<li>Click 'Next',</li>
<li>After Eclipse calculates all the dependencies, just click 'Finish' and let it install the plugin.</li>
</ol>
<p>After installing GEF SDK, return to installation of ADT. You should be able to install it now.</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Faulty Barcode Detection</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/faulty-barcode-detection" />
    <id>http://tewson.com/content/faulty-barcode-detection</id>
    <published>2009-09-19T18:43:00+07:00</published>
    <updated>2009-09-19T18:43:00+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="image processing" />
    <category term="intellect" />
    <category term="programming" />
    <category term="project" />
    <category term="tech" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>อันนี้เป็นโครงงานเล็ก ๆ จากวิชา Computer Vision หัวข้อคือ ทำไงก็ได้ให้คอมมันรู้ได้ว่าภาพบาร์โค้ดมันสกปรก มีภาพตัวอย่างมาให้ด้วย</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>อันนี้เป็นโครงงานเล็ก ๆ จากวิชา Computer Vision หัวข้อคือ ทำไงก็ได้ให้คอมมันรู้ได้ว่าภาพบาร์โค้ดมันสกปรก มีภาพตัวอย่างมาให้ด้วย<br />
&lt;!--break--><br />
<img src="http://lh6.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SrSwNFkhBkI/AAAAAAAACrQ/bjeevMJb0Ig/s400/BarCodeImage1.jpg" alt="Barcode1" /></p>
<p><img src="http://lh4.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SrSwNfxi_ZI/AAAAAAAACrU/RfQyznjadM4/s400/BarCodeImage2.jpg" alt="Barcode2" /></p>
<p><img src="http://lh6.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SrSwNqtb7jI/AAAAAAAACrY/6CY0D4QUVMM/s400/BarCodeImage3.jpg" alt="Barcode3" /></p>
<p>ดูแล้วก็แบบ เอ่อ มันสกปรกตรงไหนเนี่ย แต่ก็นั่นล่ะ เจ้าของโจทย์จริง ๆ เป็นบริษัทที่พิมพ์พวกบรรจุภัณฑ์กระดาษ เลยต้องการวิธีตรวจคุณภาพการพิมพ์ที่มันอัตโนมัติ (จริง ๆ แล้วซอฟท์แวร์อ่านบาร์โค้ดสมัยนี้มันฉลาดมาก เบี้ยวก็อ่านได้ เบลอก็อ่านได้)</p>
<p>จริง ๆ แล้วโจทย์มีสามข้อ คือ (1) ทำภาพแบบที่มีเอฟเฝ็กท์ประหลาด ๆ เช่น แขนขายืดออก ตัวหมุนเป็นเกลียว (ไอเดียคือตัดเอาส่วนเล็ก ๆ ของภาพในแต่ละเฟรมตามเวลามาต่อ ๆ กัน) (2) ใช้ภาพถ่ายของวัตถุเดียวกันสองภาพในตำแหน่งที่ต่างกันมาหาระยะห่างระหว่างวัตถุกับกล้อง และข้อสุดท้ายก็บาร์โค้ดนี่ล่ะ</p>
<p>เลือกข้อบาร์โค้ดนี่เพราะว่าข้อแรกคนทำเยอะมาก (เพราะเห็นผลชัดเจน) ตัวเปรียบเทียบเยอะ (ฮา) ส่วนข้อที่สองนี่ก็มีสูตรคณิตศาสตร์อยู่แล้ว เลือกข้อสุดท้ายนี่แหละ ท่าจะมันส์</p>
<p>เอาเข้าจริงมันก็มันส์ไปหน่อย งานวิชาอื่นก็ดันมาส่งพร้อม ๆ กัน (บอกผมสิว่าคุณไม่ดองงาน) ไอเดียในการแก้ปัญหามันเลยแอบเผา แต่อย่างน้อยมันก็ทำงานได้ตามจุดประสงค์เท่าที่มีตัวอย่างน่ะนะ</p>
<p><strong>ข้อความข้างล่างนี้ไปอาจจะน่าเบื่อไปหน่อย จริง ๆ ข้ามไปดูวิดีโอข้างล่างสุดได้เลย เอ๊ะ แต่ก็อยากให้อ่านแฮะ</strong></p>
<p>ไอเดียคร่าว ๆ ก็คือใช้ความ "เส้นเยอะ" (ไม่ใช่เส้นใหญ่) ของบาร์โค้ด ตอนแรกก็จับภาพนั้นมาหาเส้นก่อน ด้วย <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Hough_transform">Hough transform (แปลไทยว่า "การแปลงฮัฟ" เท่สลัด ๆ)</a> จะได้เส้นเยอะ ๆ ออกมา ซึ่งเส้นส่วนมากที่ได้จะมาจากบาร์โค้ด จากนั้นก็ดูมุมของความชันของเส้นพวกนั้น จัดการแบ่งมุมที่พบออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ก็จะพบว่ามีช่วงของขนาดมุมหนึ่ง ๆ ที่มีจำนวนเยอะกว่าช่วงอื่น (เช่น ถ้าบาร์โค้ดมันเอียงอยู่ประมาณ 45 องศา เราก็จะพบเส้นที่มีมุม 45 องศาเยอะกว่าเส้นที่ตั้งตรง) เราก็ถือเอาว่าช่วงมุมนั้นล่ะ เป็นมุมของความเอียงของบาร์โค้ด แล้วก็หมุนภาพให้บาร์โค้ดมันตั้งตรงซะ</p>
<p>เมื่อบาร์โค้ดมันตรงแล้ว อะไร ๆ ก็ง่ายขึ้น ก็จัดการหาขอบแนวตั้งซะก่อน คือ หาเส้นที่ตั้งตรง (ความชันเข้าใกล้อินฟินิตี้) แล้วเลือกเส้นที่อยู่นอกสุดสองฝั่งมา (ซึ่งวิธีนี้มันใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์ ถ้ามีเส้นตั้งตรงอื่นอยู่นอกบาร์โค้ดแล้วจะจบเห่ อาศัยมองโลกในแง่ดีว่าถ้าจะให้คอมมันดูบาร์โค้ดให้แล้ว คนก็คงไม่ถ่ายภาพที่มันเป็นมุมกว้างมากมาให้หรอกมั้ง ฮา)</p>
<p>ต่อมาขอบแนวนอนนี่ปัญหาเลย เพราะบาร์โค้ดมันไม่มีขอบแนวนอน จะหารูปแบบของเส้นที่มันไม่ค่อยปะติดปะต่อกันแบบนั้นก็คงจะยากไป เลยจัดการ "ขยาย" (Dilate) แต่ละแท่งในบาร์โค้ดนั้นตามแนวนอน มันก็จะมาเชื่อมกัน กลายเป็นกล่อง มีขอบแนวนอนแล้ว เย้ (จริง ๆ ก็ขยายออกทางข้างแม่งทั้งภาพนั่นแหละ เพียงแต่ขยายนิดเดียว ส่วนอื่นของภาพไม่มีผลกระทบมาก แต่ช่องว่างในบาร์โค้ดมันแคบ เลยเชื่อมกันได้)</p>
<p>เจอปัญหาอีก คือพอจะหาเส้นแนวนอนแล้วมัน (เป็นไปได้ที่จะ) เสือกเจอหลายเส้น นอกเหนือจากขอบของบาร์โค้ด ก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้า (งานโคตรเผา ฮา) ด้วยการเอาเส้นแนวตั้งสองเส้น กับเส้นแนวนอนทั้งหลายนั่นมาใช้แทนเส้นกริด เสมือนตัดภาพออกเป็นสี่เหลี่ยมหลาย ๆ อัน แล้วดูว่าสี่เหลี่ยมไหนที่บรรจุเส้นมากที่สุด นั่นล่ะบาร์โค้ด</p>
<p>เมื่อตัดเอาบาร์โค้ดออกมาได้แล้ว จะหารอยเปื้อนได้ยังไง คิดอยู่พักใหญ่เลย จะหาขอบของรอยเปื้อน จุดมันก็เล็กเกินไป ปกติในการหาความแตกต่างของภาพสองภาพ วิธีเบื้องต้นสุด ๆ คือการเอาสองภาพนั้นมาลบกัน (ลองนึกตามว่ามีภาพ (1) จุดสามจุด กับภาพ (2) จุดเดียวตรงกลาง เอาภาพ (2) ลบออกจากภาพ (1) ก็น่าจะได้จุดข้าง ๆ ที่เหลือ) ทีนี้ ถ้าเรามีภาพบาร์โค้ดเปื้อน ๆ อยู่ จะเอาภาพบาร์โค้ดสะอาด ๆ ที่ไหนมาลบออกไปล่ะ จ้องไปจ้องมาพบว่า เฮ้ย เราตั้งบาร์โค้ดได้แล้ว ถ้าเรา "หด" (Erode) ภาพบาร์โค้ดเปื้อนนั้นตามแนวตั้งเนี่ย พวกจุดก็จะหายไป แต่เส้นยังอยู่ (เพราะเส้นแนวตั้งมันยาว หดไปบ้างแต่ไม่หายไป) แล้วขยายกลับคืนตามแนวตั้ง ก็จะได้ภาพบาร์โค้ดสะอาด ๆ มา เอาไปลบออกจากภาพเดิมที่เปื้อนอยู่ ก็จะได้รอยเปื้อน!</p>
<p>ที่เหลือก็แค่นับรอยเปื้อน ซึ่งตรงนี้ก็เจอปัญหาอีกนิดหน่อย เพราะจากการที่เราหมุนภาพในตอนแรก มันทำให้เส้นขอบของแต่ละแท่งมันไม่ได้เรียบตรงเดี๊ยะ พอมายืด ๆ หด ๆ ตามแนวตั้งมันก็ยิ่งเปลี่ยนแปลง เมื่อเอาไปเทียบความแตกต่างกับรูปต้นฉบับจะพบว่าเกิดความแตกต่าง (ที่ไม่ใช่รอยเปื้อนจริง ๆ) พอสมควร ทางแก้ก็คือ แปลงภาพทั้งสอง (ภาพดั้งเดิมกับภาพสะอาด) ให้เป็นภาพขาวดำจริง ๆ ซะก่อน (คือมีแต่ขาวกับดำเท่านั้น) เอามาลบกัน จะพบว่าถ้าภาพดั้งเดิมมันสะอาด ผลต่างที่ได้จะเป็นแค่เส้นแนวดิ่งเล็ก ๆ กว้างไม่เกินหนึ่งพิกเซล (จากการหมุน) อย่างนี้ก็เสร็จโจร เราก็นับแค่เส้นแนวนอนที่ยาวสองพิกเซลขึ้นไป แล้วก็ดูว่าถ้ามีไอ้เส้นพวกนี้มากเท่าไรจึงจะตัดสินว่าภาพมันเปื้อน</p>
<p>มันน่าสับสนสินะ ใครที่อ่านข้างบนมานี่แล้วเข้าใจทั้งหมดผมแม่งโคตรนับถือเลยอะ ผมแนบวิดีโอสาธิตมาด้วยข้างล่างนี้ มีให้เห็นแต่ละขั้นตอนด้วย</p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/z2T4MiZWS9c&hl=en&fs=1&rel=0" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><embed src="http://www.youtube.com/v/z2T4MiZWS9c&hl=en&fs=1&rel=0" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>เท่านั้นไม่พอ มี<a href="/sites/default/files/barcode.pdf">รายงาน</a> (pdf ประมาณ 7 เม็กฯ) กับ<a href="/sites/default/files/findbarcode.py">โค้ด</a>กาก ๆ (เขียนด้วย Python ใช้ไลบรารี่ OpenCV) ให้เอาไปหัวเราะเยาะด้วยเอ้า (อยากจะหาเวลาศึกษาการเขียนโค้ดแบบ Pythonic อยู่ครับ ไอ้แบบ tewsonic ที่เขียนนี่มันอนาถสิ้นดี)</p>
<p>แล้วก็ ผมเชื่อว่ามีวิธีที่ฉลาดกว่านี้อยู่มากมาย ใครเห็นใจก็บอกกันหน่อยนะจ๊ะ</p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
