sense
เซื่องเซื่อง
เซื่องเซื่อง ซึมซึม เศร้าเศร้า
เหงาเหงา หงอยหงอย หงอหงอ
จับจับ จดจด จ่อจ่อ
รอรอ รีรี รางราง
สักวาวันอาทิตย์
เอาซะหน่อย ตื่นมาเมื่อบ่าย โงหัวขึ้นมาบิดขี้เกียจ แล้วมันก็พรวดเข้ามาในหัว มาบันทึกไว้ก่อนจะหมดวัน
สักวาวันอาทิตย์บิดขี้เกียจ
นั่งละเลียดรับลมชมหน้าหนาว
พักภาระไว้ก่อนนอนเหยียดยาว
นอนเหงาหง่าวเปล่าเปลี่ยวคนเดียวเอย
วันหยุดจงเจริญ~
ดู / ฝน / ดาว / ตก
| ดู | ท้องฟ้ากว่าสองยามนึกความหลัง |
| ฝน | ดาวครั้งก่อนเรายังเยาว์นัก |
| ดาว | เพียงฉายประกายคำทำเสียหลัก |
| ตก | หลุมรักร่วงลงด้วยหลงเริง |
นักล่านกเป็ดน้ำ
นายพรานหนุ่มใหญ่ใจคะนองคนหนึ่ง แบกปืนไรเฟิ่ลตามยิงนกเป็ดน้ำแถวบ้านในเช้าวันอาทิตย์
เปรี้ยง! นกเป็ดน้ำเคราะห์ร้ายลอยละลิ่วลงจากท้องฟ้า ตกลงบนแปลงนาแห่งหนึ่ง
ขณะกำลังก้าวเข้าไปจะเก็บซาก สายตาของเขาก็เห็นชาวนาเจ้าของที่ กำลังก้มลงเก็บซากนกเป็ดน้ำเช่นกัน
"เฮ้ย นั่นมันของผม ผมยิงมันเอง"
"อ้าว แต่มันตกลงมาในที่ดินของผม มันก็ต้องเป็นของผมสิวะ"
ฯลฯ
เถียงกันไปเถียงกันมาทำท่าจะเป็นเรื่อง ชาวนาจึงเสนอความคิด
"มาตกลงกันอย่างนี้ดีกว่า ผมเตะไข่คุณ คุณเตะไข่ผม ใครอดทนไม่ร้องได้ก็เอาไปเลย"
"โอเค"
ว่าแล้วชาวนาก็เหวี่ยงเท้าซัดเข้าไปที่เป้ากางเกงของนายพรานอย่างแรง นายพรานกัดฟันแน่นพลางทรุดฮวบลงไปกองที่พื้น มือกุมเป้า บิดตัวกลิ้งเกลือกไปมา
ยี่สิบนาทีต่อมา นายพรานโซเซลุกขึ้นยืน น้ำตาไหลพรากพลางพูดว่า
"ถึงตากูล่ะมึง..."
"เอ้อ" ชาวนาเอ่ย
.
.
.
"เอาเป็ดไปเหอะ ผมยอมแพ้"
Rain Dogs
ผมเพิ่งเดินออกมาจากร้าน Rain Dogs เมื่อตะกี้ ในหัวยังเต็มไปด้วยบทสนทนาหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องภาษา ละคร ภาคเหนือ เชื้อชาติ เลยเถิดไปถึงเรื่องรสนิยมทางเพศ ผี และกรรม!
ร้าน Rain Dogs ถูกนิยามไว้โดยนิตยสาร BK ว่าเป็น "ร้านสไตล์โบฮีเมี่ยน ตกแต่งอย่างอบอุ่น เปิดเพลงอินดี้ และไม่มีพวกแบกเป้จิตตกแบบที่ข้าวสาร" ผมก็เพิ่งมาเจอคำอธิบายนี้เมื่อกี้นี่แหละ ว่าแต่ไอ้ โบฮีเมี่ยน นี่มันเป็นยังไงฟะ (ส่วน "จิตตก" นั้นผมแปลจากต้นฉบับว่า downers ไม่รู้แปลถูกหรือเปล่า)
ถ้าให้ผมนิยาม ก็เป็นร้านที่บรรยากาศดีมาก สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจก็คือ มันตั้งอยู่ในที่ที่คงไม่มีใครคิดว่าจะมีมันตั้งอยู่ กล่าวคือ อยู่สุดซอยที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตยไปไม่มาก คือโผล่มาจากสถานี ก็เดินมุ่งไปหาทางด่วน ข้ามแยกไป เลี้ยวซ้าย เดินไปอย่างมีศรัทธา (เพราะบรรยากาศแม่งไม่ให้กับการมีร้านพรรค์นี้เลย มีแต่บ้านคนธรรมดา) ก็จะเจอร้านนี้ ตั้งอยู่ใต้ทางด่วน
ที่ถ่อมาถึงนี่ ก็เพราะได้รับคำชวนทาง facebook ว่าจะมีการฉายหนังเรื่อง Examined Life (ใช่แล้ว อ้างอิงจากคำกล่าวของโสเครตีส ที่ว่า The unexamined life is not worth living.) เป็นการรวมบทสัมภาษณ์นักปรัชญาอเมริกันร่วมสมัยหลายคน เกี่ยวกับเรื่องกว้าง ๆ คือ การใช้ชีวิต ซึ่งแต่ละคนก็พูดไปตามประเด็นที่ตนเองสนใจ ลองดูตัวอย่างได้
หลังจากหนังจบก็นั่งฟังเพลงคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่กลับหอไม่ได้ (ฮา) คือหอปิดเที่ยงคืน แล้วผมแม่งกลับเกินเวลาบ่อยไปหน่อย เขาบอกนิ่ม ๆ ว่า มีครั้งหน้าอีกก็เชิญออกไปได้เลยนะ (นิ่มตรงไหนวะ) ก็เลยนั่งไปเรื่อย ๆ ออกมาตอนตีสามกว่า ๆ มาลงเอยที่ Bug & Bee ร้านสุดฮิตที่สีลม
ตอนนี้กำลังรอฟ้าสว่าง และ BTS วิ่ง
เว็บสองจุดศูนย์รำพัน
อยากให้เธอ มาเม้นท์ ใน Hi5
อยากให้เธอ กด Like ใน Facebook
แลกเพลงฟัง ใน iMeem คงเป็นสุข
นึกสนุก กดไป Digg ให้เธอ
ฉันจะมี Multiply ไว้ใส่รูป
จะส่งจูบ จุ๊บจุ๊บไป ใน Twitter
Share เรื่องหวาน ผ่าน Goo- gle Reader
เข้า Flickr ดูหน้าเธอ ให้ชื่นใจ
จะบันทึก ความลุ่มหลง ลง Wordpress
สร้าง MySpace แล้ว add เธอ เป็น friend ไว้
เปิด Latitude คอยดู เมื่ออยู่ไกล
เขียนถึงใน Livejournal ทุกเช้าเย็น
แค่นั่งนึก นั่งฝัน กลางวันไป
เพราะตัวเรา นั้นไซร้ เธอไม่เห็น
เว็บที่เรา เล่าไว้ เธอไม่เล่น
ซ้ำหลบเร้น หลีกเรา เศร้าสุดทรวง
ความใกล้ชิด
ผมมักจะนั่งอมยิ้มเสมอ เวลาที่ใช้ Google Talk แบบผ่านหน้าเว็บใน GMail แชทกับคนหลายคนพร้อมกัน
เพราะบ่อยครั้ง ผมได้เห็นคนสองคนที่ไม่รู้จักกัน และอาจไม่มีวันโคจรมาพบกัน ปรากฏตัวอยู่เคียงข้างกัน
เวลาแชทกับผม คุณรู้สึกถึงใครข้าง ๆ บ้างหรือเปล่า?
ฉันไม่เหมือนเดิม
นั่งอ่านบันทึก / นั่งนึกเรื่องราว / เรื่องดีเรื่องเศร้า / คละเคล้ากันไป / เกิดความอยากรู้ / นึกอยู่ในใจ / ตอนนี้ทำไม / ฉันไม่เหมือนเดิม...
ระยะทาง
เวลาเดินถนนแล้วมองขึ้นไปบนยอดตึกสูง ๆ
เวลาเดินทางไกลแล้วมองไปจนสุดถนนโล่ง ๆ
เวลาดำน้ำดูปะการังแล้วมองไปตรงที่ที่ขุ่นมัวจนไม่เห็นพื้นทะเล
มันจะรู้สึกหวิว ๆ อยู่ในอก
ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันไหม


