internet
การใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมช่วยการสืบสวนสอบสวน: ตัวอย่างจากสหรัฐฯ
ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเราอาจจะได้เห็นความพยายามในการใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคม (Social Network) จากฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐมาบ้างพอสมควร ที่พบได้ทั่วไปคือการใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ ตัวอย่างเด่น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นทั้งหน้าเฟซบุคและทวิตเตอร์ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือหน้าเฟซบุคของกระทรวงต่าง ๆ
และด้วยความ "ตื่นตัว" ในการพยายามควบคุมข้อมูลออนไลน์ที่อาจถูกตีความว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เว็บไซต์เครือข่ายสังคมก็ถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้สื่อสารกับประชาชนให้ช่วย "เป็นหูเป็นตา" คอยช่วยแจ้งถึงแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับรัฐบาล ซึ่งด้วยระยะแค่ไม่กี่ก้าวคลิก เราคงเห็นได้ชัดว่าวิธีนี้สะดวกสบายและรวดเร็วกว่าการตั้ง "สายด่วน" รับแจ้งเหตุทางโทรศัพท์เหมือนในสมัยก่อนเป็นไหน ๆ
แต่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารแล้ว ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะหลังไม่ว่าจะเป็นเพราะเรื่องการเมืองหรือไม่ เว็บไซต์เครือข่ายสังคมเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ (หรือใครก็ตาม) ที่สามารถสืบค้นข้อมูลตั้งแต่ความสัมพันธ์ ความสนใจร่วมกันระหว่างผู้ใช้กลุ่มหนึ่ง ๆ ไปจนถึงรายละเอียดที่สามารถใช้ระบุตัวตนได้ ในกรณีที่ผู้ใช้ขาดความระมัดระวังในการควบคุมความเป็นส่วนตัว
อิเล็กทรอนิกส์ ฟรอนเทียร์ ฟาวเดชัน (Electronics Frontier Foundation - EFF) องค์กรรณรงค์ด้านเสรีภาพบนอินเทอร์เน็ตจากสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่เอกสารหลายฉบับจากหน่วยงานรัฐในสหรัฐอเมริกา เช่น สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกระทรวงการยุติธรรม ที่ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุคและมายสเปซ มาช่วยในการสืบสวนสอบสวน ด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งที่ชอบด้วยกฎหมายและอาจถูกตั้งคำถามได้
จากการศึกษาโดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่สืบสวนทางอินเทอร์เน็ตสามารถระบุข้อมูลที่ "น่าสังเกต" หรือข้อมูลที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น หลักฐานการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเกณฑ์อายุ หรือแนวคิดทางการเมืองที่สุดโต่ง จากคนจำนวนถึง 53% ของกลุ่มตัวอย่าง 349 คน ด้วยเพียงค้นหาจากชื่อ ที่อยู่ วันเกิด และเลขประกันสังคมเท่านั้น
หรือแค่เพียงจากข้อมูลในมายสเปซที่ถูกตั้งค่าให้เปิดเผยสู่สาธารณะ เจ้าหน้าที่สามารถพบข้อมูลที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายจากผู้ใช้ถึง 48% ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ส่วนมากถูกพบในกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 18 - 24 ปี
สำหรับเครือข่าย หรือความสัมพันธ์กันระหว่างผู้ใช้ มีเอกสารที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกาสามารถระบุที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยจากเพื่อน ๆ ในเครือข่าย และหน่วยปราบปรามฯ ยังมีการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการสร้างแผนผังความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้มายสเปซและยูทูบ เพื่อระบุกลุ่มคนที่น่าจับตามอง
ในรายงานยังระบุถึงการใช้ซอฟต์แวร์ที่อาศัยช่องโหว่ของระบบในการดูภาพส่วนตัวของผู้ใช้มายสเปซ ซึ่งเป็นข้อกังขาว่าอาจเป็นการละเมิดข้อตกลงการใช้งาน คำถามนี้ได้รับการยืนยันจากบันทึกภายในกระทรวงยุติธรรม ที่มีการตั้งคณะกรรมการเชิงนโยบายเพื่อตรวจสอบการใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคมของหน่วยต่าง ๆ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อตกลงการใช้งาน หรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยเจ้าหน้าที่
นอกจากการดึงข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์หรือการค้นหาทั่วไปแล้ว มีรายงานจากสำนักงานสอบสวนกลางหรือ FBI ที่เอ่ยถึงการสร้างบัญชีผู้ใช้ทั่วไปโดยเจ้าหน้าที่ เพื่อแทรกซึมไปหาข้อมูลในเครือข่าย และในนโยบายการใช้อินเทอร์เน็ตของหน่วยสืบราชการลับ มีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ไม่ทิ้ง "ร่องรอยอิเล็กทรอนิกส์" และใช้ "บัญชีผู้ใช้นิรนามจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต"
จากตัวอย่างข้างต้น เราคงจะจินตนาการได้ไม่ยากถึงความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยจะมีความพยายามที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งแม้ว่าเราจะไม่ได้กระทำความผิด เราก็ควรจะมีความเข้าใจในการปกป้องข้อมูลที่ตั้งใจให้เป็นส่วนตัว เราอาจจะเริ่มต้นอย่างง่าย ๆ ด้วยการตรวจสอบค่าความเป็นส่วนตัวในเฟซบุคให้เป็นแบบที่เราต้องการ สำหรับเทคนิคอื่น ๆ ในการรักษาความเป็นส่วนตัวนั้น ผู้เขียนจะทยอยนำมาเผยแพร่ต่อไป
ผู้อ่านสามารถค้นหาเอกสารที่ถูกอ้างถึงได้จากข่าวของ EFF หรือหน้าพิเศษสำหรับติดตามการเฝ้าระวังเว็บไซต์เครือข่ายสังคมโดย EFF เช่นกัน
แค่ชายตามอง
ไม่ ไม่ใช่เรื่องมองสาว
ช่วงนี้นอนน้อยมาก ถ้าวันไหนนอนมากก็แปลว่าหลับไปไม่รู้ตัว สาเหตุหลักก็น่าจะมาจากที่บ้านติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแล้ว มันเพลินมาก อ่านโน่นอ่านนี่
ไม่สิ ไม่ได้อ่าน แต่แค่ชายตามอง
ไม่รู้ว่ามันดีหรือแย่กันแน่ สายตาถูกบังคับให้กวาดผ่านข้อมูลจำนวนมากในแต่ละคืน แค่ที่ติดตามในกูเกิ้ลรีเด้อร์ก็ประมาณวันละ 60 - 70 หัวข้อ ยังไม่รวมที่คลิกตามไปอ่าน ยังไม่รวมวิดีโอในยูทูบ (ไอ้ระบบแนะนำวิดีโอนี่มันชั่วร้ายจริง ๆ เผลอแป๊บ ๆ เวลาผ่านไปสองชั่วโมง) ยังไม่รวมทวิตเตอร์ ยังไม่รวมเฟซบุค อ้อ และยังไม่รวมรูปภาพจำนวนมากใน 9gag.com (ของเขาดีจริง)
สุดท้ายแล้วก็พบว่าสิ่งที่เหลือติดหัวมีเพียงคำโดด ๆ กับการเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ เช่น พอวันต่อมาเห็นข่าวโทรศัพท์แบล็คเบอร์รี่ก็พลันนึกถึงประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ก็นึกไม่ออกทันทีว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ต้องไปหาดูในฟีดที่เคยอ่านถึงเจอว่า อ้อ เพิ่งมีข่าวเรื่องประเทศนี้กำลังจะห้ามการใช้โทรศัพท์ยี่ห้อนี้ส่งข้อความ เพราะมันรอดหูรอดตารัฐบาล
ง่าย ๆ คือจำได้แต่การอ้างอิง จำได้แต่สิ่งที่ต้องเอาไปค้นต่อ ส่วนมากไม่ได้เข้าใจติดหัวเหมือนอ่านหนังสือ
ก็ยังไม่รู้จะทำไงดี
การเดินทางตามหาหญิงสาวหูแหลมทำมือเป็นรูปตัววี
แค่หัวข้อก็ฟังดูบ้าพอแล้วใช่ไหม ผมเองก็รู้สึกว่ามันบ้าพอที่จะมาเขียนได้
ก่อนอื่นต้องเข้าไปดู ที่นี่
(ข้อมูลประกอบ: hawtness เป็นบล็อกรวมภาพฮา ๆ ของสาว ๆ อยู่เครือเดียวกับ failblog สุดโด่งดัง ซึ่งผมก็รู้จัก hawtness มาจาก @chayanin อีกทีอะนะ)
เรื่องของเรื่องก็คือ ถ้าคุณคลิกเข้าไปดูในลิ้งก์ข้างต้นแล้ว จะพบว่าสาวหูแหลม (เธอแต่งตัวเลียนแบบ สป็อค ตัวละครจากสตาร์ เทร็ก) นั่น น่ารักดี ความคิดเห็นในเว็บ hawtness นั่นก็ไปในทางเดียวกันคือ ใครวะเนี่ย งามจริง (บางคนก็อุตส่าห์สังเกตว่าโนบรา - แต่นั่นไม่เกี่ยวกัน) บางคนเห็นว่าเป็นรูปที่ถ่ายเอง มันต้องมาจากเฟซบุคหรือบล็อกของเธอแน่ ๆ เลย แล้วก็รำพึงว่า ต้องไปหารูปเธอมาอีกให้ได้
ไอ้ผมก็ไม่ได้คิดอะไร โพสท์นั้นใน hawtness มันมีที่มาอยู่ด้วย คือที่ ZanyPickle ตามลิ้งก์นี้ (เอ่อ ไม่ปลอดภัยสำหรับการเปิดในที่ทำงาน) คลิกไปก็พบว่า เดชะบุญ! มีคนมาทิ้งความเห็นไว้ว่า อ๋อ นั่นรูปเพื่อนฉันเอง ต้นฉบับอยู่ใน บล็อกนี้
จะรอช้าอยู่ใย ผมก็คลิกเข้าไปดู กดย้อนไปไม่กี่อัน ก็เจอต้นฉบับ เข้าไปแล้วก็เจอปรากฏการณ์ที่น่าจดจำ นั่นคือ ทั้ง ๆ ที่รูปที่บล็อกนั้นถูกโพสท์ตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน ความคิดเห็นส่วนมากกลับถูกเขียนขึ้นเมื่อสิบกว่าชั่วโมงก่อนหน้าผมเข้ามานี่เอง
อ่าน ๆ ดูก็ประมาณว่า สวยจังเธอ อยากรู้จัก อะไรประมาณนี้ ไปสะดุดสองสามอันบอกว่า เฮ้ สาวสวย เราตามลิ้งก์มาจาก reddit! ก็เลยลองคลิกเข้าไปดูกระทู้ภาพสาวคนนี้ ที่คนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มีคนไปขุดเอารูปมุมอื่น ๆ ของสาวคนนี้มาแปะให้พิสูจน์ตัวตนอีก เอาเข้าไป
สรุปก็คือ ผมว่ามันตลกดี คือถ้าดูจากเวลานะ รูปต้นฉบับถูกโพสท์เมื่อ 23 พฤศจิกายน สิบวันต่อมามันไปโผล่ที่ ZanyPickle แล้วอีกเจ็ดวันต่อมาก็มาอยู่บน Hawtness ทำให้ไปโผล่ที่ Reddit ด้วย ซึ่งคนจำนวนมากน่าจะมาเห็นที่ Hawtness กับ Reddit เนี่ยแหละ แล้วมันก็มองเห็นภาพคนกำลัง "เดินทาง" ตามร่องรอย ผ่านการเชื่อมโยงอันเบาบาง (ถ้าเพื่อนสาวหูแหลมนี่ไม่มาทิ้งความเห็นในบล็อก ZanyPickle ก็คงไม่มีใครได้เห็นภาพอื่นของเธอ) แล้วก็มาโผล่ที่เดียวกัน จากนี้ไปรูปนี้ก็คงจะถูกทำซ้ำและตกค้างอยู่ในอินเทอร์เน็ตไปตราบนานเท่านาน เอวัง
อ้อ สาวคนนั้นชื่อลอเรน ชื่อออนไลน์คือ lckk


