religion

รับธรรมผิวขาว

ใครที่อยากขาว ผิวดี ให้ปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ แล้วแผ่เมตตามากๆ รับรองขาวสวยได้โดยไม่ต้องพึ่งหมอ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใดๆ แน่นอน

ทายซิใครพูดไว้ ถ้าไม่ขาวจริงจะฟ้องสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ไหมเนี่ย

หืม อะไรนะ อ๋อ มันเป็นปริศนาธรรม! ที่ว่าขาว ผิวดี เป็นการเปรียบเปรยว่าดูดีจากภายใน! อย่างนี้นี่เอง! เรามันช่างโง่เขลาอะไรปานนี้หนอ พระทั่นแค่เอาเรื่องทางโลกย์ที่มีนัยสร้างปมด้อยเรื่องสีผิวที่แก้ไขได้ยากเพราะมีติดตัวมาแต่เกิดมานำความสนใจไปสู่ธรรมะอย่างแยบคายเท่านั้นเอง จริงจริ๊ง

ขอขอบคุณหัวเรื่องจาก @warong เนื้อหาในบล็อกนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับความคิดเห็นของคุณ @warong แต่อย่างใด

พระเจ้าปายาสิผู้ไม่เชื่อในโลกหน้า

คลิกโน่นนี่ในยูทูบแล้วก็หลงไปดู จอร์จ คาร์ลิน อยู่ตั้งนาน ก็ให้นึกสงสัยว่าไม่ยักกะเคยได้ยินใครตั้งข้อโต้แย้งกับศาสนาพุทธบ้าง (ที่ไม่ใช่การวิจารณ์พระ หรือสภาพศาสนาที่เราเรียกกันว่าศาสนาพุทธในปัจจุบัน)

ค้น ๆ ดูก็พบว่ามีเรื่องของคนที่ไม่เชื่อเรื่องกรรมในพระไตรปิฎกด้วย เขาคือพระเจ้าปายาสิ แห่งเสตัพยนคร เรื่องราวอยู่ในปายาสิราชัญญสูตร พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 2 พระไตรปิฎกเล่มที่ 10

ในเรื่องมีการโต้แย้งระหว่างพระเจ้าปายาสิกับพระกุมารกัสสปะ ซึ่งก็แน่นอนตามสูตรว่าสุดท้ายแล้วพระเจ้าปายาสิก็เกิดละทิ้ง "ทิฐิ" แล้วก็กลายเป็นสาวก

ที่ตลกก็คือตรงรายละเอียดในการโต้แย้งเรื่องโลกหน้ามีจริงหรือไม่ มันก็คล้าย ๆ กับเรื่องพระเจ้าในศาสนาคริสต์ คือกลายเป็นว่าเป็นภาระของฝ่ายที่ไม่เชื่อ ในที่นี้คือพระเจ้าปายาสิ ต้องพิสูจน์ว่าโลกหน้าไม่มีจริง ปัญหาก็คือมันไม่มีวิธีพิสูจน์ว่ามันไม่มีจริง

แล้วตรรกะก็ฝั่งพระกุมารกัสสปะก็มีแต่ยกเรื่องมาเปรียบเทียบ เช่น เราไม่รู้ว่าโลกหน้ามีจริงหรือไม่ก็เหมือนคนตาบอดมองไม่เห็นว่าสีต่าง ๆ มีจริงหรือไม่ หรือไม่ก็กำหนดกฎของฝั่งตัวเอง เช่น พระเจ้าปายาสิถามว่าทำไมไม่มีคนจากสวรรค์มาบอกบ้างเลยว่าทำดีแล้วได้ขึ้นสวรรค์ พระกุมารกัสสปะก็บอกว่าเวลาในสวรรค์ผ่านไปช้ากว่าบนโลกมาก

ลองอ่านเองได้ ทั้งแบบภาษาอังกฤษและภาษาไทย

Syndicate content