รอยยิ้มสยาม : ศิลปะ|ศรัทธา|การเมือง|ความรัก ตอนที่ 1

วันนี้ได้ไปชมนิทรรศการศิลปะ "รอยยิ้มสยาม" มาครับ นิทรรศการนี้จัดที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามมาบุญครอง ฝั่งโตคิว

เป็นครั้งแรกของผมที่ได้มาหอศิลป์แห่งนี้ จริง ๆ ก็เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะตอนแรกตั้งใจมาเดินดูงาน Bangkok Design Festival 2008 แล้วลองเดินเข้ามาดูในหอศิลป์ เจอนิทรรศการนี้พอดี

เรื่องความเป็นมาของหอศิลป์ก็ลองเข้าไปอ่านดูในเวบไซต์ของหอฯ นะครับ

มาถึงตัวนิทรรศการกันบ้าง พอขึ้นบันไดเลื่อนไปถึงชั้น 4 ปุ๊บ ก็เจอหุ่นตำรวจนี่ครับ

DSCF8891

ฮาแปลก ๆ ดี ไม่รู้เกี่ยวกับนิทรรศการหรือเปล่า

จากนั้นก็ลงทะเบียนฝากของ แล้วก็เดินดูรอบ ๆ หูแว่วเสียงเพลง Smell Like Teen Spirit ของ Nirvana มาไกล ๆ

ภาพเขียน Super(m)art - Bangkok Survivor

DSCF8894

มีอธิบายด้วย ละเอียดยิบ

DSCF8896

เจองานของ วิสุทธิ์ พรนิมิต ผู้แต่ง hesheit และควันใต้หมวก เป็นการ์ตูนน่ารัก ๆ เปิดวนไปมา ข้าง ๆ มีภาพเรียงยาวตลอดผนังประมาณ 10 เมตร ลักษณะคล้ายแต่ละเฟรมของการ์ตูน (ที่เกี่ยวกับการวาดการ์ตูน)

DSCF8892
DSCF8893

ไม่รอช้า ขึ้นชั้นต่อไป ปรากฏว่าตั้งแต่ชั้นนี้ขึ้นไปห้ามถ่ายรูป จะเล่าสั้น ๆ ก็แล้วกันว่าเจออะไรบ้าง

ไปยืนอ่านคำอธิบายนิทรรศการก่อนเลยครับ (เขาเรียก หลักการและเหตุผล หรือเปล่า ฮ่าฮ่า) สรุปสั้น ๆ ได้ใจความว่ายิ้มสุวรรณภูมิ (ซึ่งรวมยิ้มสยาม ยิ้มเขมร ยิ้มลาว ฯลฯ) นี่เกิดจากความจำนนต่อธรรมชาติ เพราะแถบนี้เป็นเขตมรสุม ต้องยิ้มสู้ มองโลกในแง่ดี แล้วยิ้มสยามก็ทำให้เกิดผลงานศิลปะที่นำมาแสดงให้ชม

เดินดูป้ายผู้สนับสนุน พบว่ามีโลโก้ของ Drupal ด้วยแฮะ มาไงเนี่ย

ชั้นนี้เจองานเกี่ยวกับพุทธศาสนาเยอะ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องศิลปะเท่าไรเลยคิดว่าเจ๋งทุกงานเลย จะยกตัวอย่างที่ประทับใจ

  • รูปเหมือนท่านพุทธทาสภิกขุ หล่อจากไฟเบอร์กลาส
  • งานปั้นพระพุทธรูป ชื่อว่า "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา" เข้าใจว่ายกมาจากดำรัสของพระพุทธเจ้า เป็นงานปั้นที่เจ๋งมาก องค์พระพุทธรูปปั้นจากเศษธนบัตร และแยกส่วนกันอยู่ คือ พระเศียร พระวรกาย และพระบาท ประเด็นอยู่ที่ว่าต้องดูจากด้านหน้าตรงเผง จึงจะเห็นเป็นพระพุทธรูปเต็มองค์ หากขยับตัวหรือเปลี่ยนมุม (เข้าใจว่าตีความได้ถึงการเสียสมาธิ) ก็จะเห็นพระพุทธรูปแยกออกจากกัน
  • เศียรพระพุทธรูปที่ประกอบขึ้นมาจากไม้ขีดไฟ ชิ้นนี้ฝรั่งทำ ให้คำอธิบายไว้ว่าแทนความไม่จีรังของสิ่งต่าง ๆ แม้แต่สิ่งที่ต่ำต้อยก็สามารถสอนให้เห็นธรรมได้
  • ภาพเขียนพระพุทธเจ้าของถวัลย์ ดัชนี เป็นภาพคนมีร่างเปลือย มีหัวสัตว์ต่าง ๆ อาสาสมัครนำชมงานข้าง ๆ บอกว่าภาพนี้เคยโดนกรีดทำลายเมื่อปี 2514 เนื่องจากมีคนบางกลุ่มไม่พอใจ หาว่าหมิ่นพุทธ พออ่านคำอธิบายพบว่าความหมายของร่างเปลือยที่ขัดกับเศียรก็คือ ความขัดแย้งระหว่าง โลกียะ (ปุถุชนทั่วไป) กับ โลกุตตระ (ผู้หลุดพ้น)
  • งานปั้นพระพุทธรูปจากเศษธนบัตรอีกแล้ว เข้าใจว่าศิลปินคนเดียวกับชิ้นที่เพิ่งกล่าวถึงไปข้างต้น ชื่องานว่า "นั่ง(เงิน)" ท่าต่าง ๆ เป็นท่าที่ศิลปินคิดเอง (เต็มไปด้วยท่าแปลก ๆ เช่น มีเครื่องหมาย $ อยู่เหนือเศียร) มีข้อความธรรมะ (โดยศิลปินเอง) เขียนอยู่บนพระพุทธรูปด้วย เช่น "อุเบกหว่างขา" หรือ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" (สำหรับข้อความนี้ พระพุทธรูปมีพระหฤทัย - หัวใจ - หลุดออกมา)
  • ภาพเขียน "มารผจญ" โดยถวัลย์ ดัชนี เป็นภาพพระพุทธเจ้าหันพระพักตร์หนีไปจากคนดู มี "มาร" ยืนอยู่รอบ ๆ ที่เจ๋งก็คือ มารพวกนี้ประกอบด้วย คนเหล็ก (อาร์โนลด์นั่นเลย) แรมโบ้ บรูซลี แบตแมน และตัวละครร่วมสมัยอื่น ๆ
  • หนังสั้น "ปางนรสิงหาวตาร" โดย วิศิษฏ์ ศาสน์เที่ยง ผู้กำกับ หมานคร (Citizen Dog) โคตรจะเจ๋ง ผมไปทันดูตอนที่พระอินทร์สู้กับยักษ์หิรัณยกศิปุ แล้วเหาะไปขอความช่วยเหลือจากพระนารายณ์ คิดว่าใช้คนเป็น ๆ แสดง แล้วใช้บลูสกรีนเพื่อใส่ฉากหลังจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ทำออกมาได้เท่มาก ๆ ดูแฟนตาซีดีมาก
  • งานภาพเขียน "นิรยกถา" โดยวสันต์ สิทธิเขตต์ แสดงบาปของอาชีพต่าง ๆ และโทษทัณฑ์ต่าง ๆ ในนรกที่ศิลปินนิยามขึ้นเอง เช่น ภาพ "บาปประชาชน" สำหรับประชาชนที่ยอมอ่อนข้อต่อผู้ปกครองอธรรม ยอมให้มีการโกงกิน ไม่ต่อสู้เรียกร้อง จะถูกตัด "ถัน-อัณฑะ-โยนี" เรียกแบบบ้าน ๆ ก็ "นม-ไข่-จิ๋ม" เพื่อไม่ให้สืบสกุล แล้วกลิ้งไปมาให้เกิดความเจ็บปวด
  • ภาพ "พุทธบริษัท 4" โดยอนุพงษ์ จันทร (เจ้าของเดียวกับ "ภิกษุสันดานกา" ที่เป็นข่าวดังเมื่อปีที่แล้ว) เป็นภาพครึ่งคนครึ่งเปรตของพระ ชี ตำรวจ และผู้หญิง แสดงถึงผู้ที่ใช้ศาสนาบังหน้าในการทำบาป

ยังมีอีกเยอะ ไว้ต่อ + สรุปคราวหน้า ได้บทเรียนจากที่เขียนคราวที่แล้ว เพื่อนบอกว่ายาวเกินไป พาลไม่อ่านมันเสียอย่างนั้น ตัดเป็นตอน ๆ เผื่อจะน่าอ่านมากขึ้น (ถ้าอ่านหมดสองตอนมันก็ยาวเท่าเดิมล่ะวะ)

แต่คราวหน้าคงเป็นวันเสาร์ (18 ต.ค.) เพราะพรุ่งนี้ (16 ต.ค.) ไปชะอำกับ สวทช. เป็นงานน่าสนใจอีกแล้ว จะมาเขียนให้อ่านกัน

5 comments

ทราย wrote 3 years 30 weeks ago

มาอ่านแล้ว น่าสนใจมาก
สำหรับหอศิลป์ เราเคยไปด้อมๆมองๆ ไม่ได้เข้าไปดู
เสียดาย กลับไปหน้าร้อนปีนี้ เวลาน้อยจริงๆ

หวังว่าทิวสนจะหาเรื่องน่าสนใจมาให้ได้อ่านเพลินๆเรื่อยๆ

jo wrote 3 years 30 weeks ago

ไปมาแล้ว ก็ชอบ แต่รู้สึกแปลกๆคือ ใจความมันหลากหลายมากเกินไป เหมือนตั้งใจแสดงออกถึง "จำนวน"เป็นหลัก รู้สึกว่ามันมากไป เกินความพอดี

มึงว่าไง ?

สะกดผิด วิศุทธิ์ พรนิมิตร นะจ๊ะ

ultra-ann wrote 3 years 30 weeks ago

บังเอิญมาก ตอนนี้อยู่ในหอศิลป์นี่เอง
นั่งอยู่ในห้องสมุดชั้นล่าง

ตอนดูนิทรรศการอยู่ยังคิดอยู่เลยว่าเดี๋ยวโทรไปบอกพี่ดีกว่า

ultra-ann wrote 3 years 30 weeks ago

เออ แล้วเมื่อไหร่ไป museum siam ชวนด้วยล่ะ

mmmeryy wrote 3 years 14 weeks ago

งานนี้ไปมาเหมือนกัน มีงานนึงน่าสนใจมาก ที่เป็นเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่มีขาตั้งสูง ข้างในกลวง เอาหัวยื่นเข้าไปใต้นั้นได้ จะมีกลิ่นยาหม้อ ศิลปินเป็นมะเร็งตายแล้ว ก่อนตายก็รักษาตัวเองด้วยยาหม้อนั่นแหละ แล้วก็ทำงานนี้ไปด้วย รู้สึกขนลุกนิดหน่อย ตอนเดินดูมีคนบรรยายด้วยนะ หมดไป3ชั่วโมงกว่าๆ ยังดูไม่ละเอียดทุกงานเลย

Add your comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • You can use Markdown syntax to format and style the text. Also see Markdown Extra for tables, footnotes, and more.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options

Links