Creative Thailand : สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ (3)
ตอนที่ 1 : อารัมภบท และมุมมองของ ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี
ตอนที่ 2 : มุมมองของศุภชัย เจียรวนนท์ แห่ง ทรู คอร์ปอเรชั่น
ดร. ปรเมธี วิมลศิริ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ซึ่งจะมีการใช้งานจริง 2 ปี ถือเอาเรื่อง Creative Economy เป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติ
- แต่กว่าจะไปถึงขั้นนั้นต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ต้องได้รับการยอมรับจากหลายส่วน
- มีการตั้งหัวข้อการลงทุนของรัฐบาลไว้บางส่วนว่าเป็นไปเพื่อ Creative Economy
- ที่จริง มีการพูดถึง Creative Economy มาตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 แล้ว
- ในตอนนั้น ทางแก้ปัญหาของประเทศไทยคือการลดต้นทุน แต่ตอนนี้เราต้องดูการเพิ่มมูลค่า (value creation)
- นี่คือโจทย์ของสภาพัฒน์ฯ คือเราจะกลับไปใช้วิธีเดิมไม่ได้
- มันไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางที่จำเป็น
- ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 9 และ 10 ก็เคยบรรจุเรื่องนี้ไว้
- จะเห็นได้จากสิ่งที่รัฐได้ทำไปแล้ว เช่น นโยบายการศึกษา การสร้างองค์กรอย่าง OKMD (องค์กรแม่ของ TCDC สยามมิวเซียม และอื่น ๆ) หรือการให้ทุนสนับสนุนเอกชนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างภาพยนตร์เรื่องก้านกล้วย
- อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย มีมูลค่าราว 10% - 11% ของ GDP ซึ่งใหญ่กว่าอุตสาหกรรมการก่อสร้าง นี่แปลว่ามีผู้รอการสนับสนุนจากรัฐบาลอีกมหาศาล
- โจทย์ยาก ๆ สำหรับเราหลาย ๆ เรื่อง ได้แก่
- จะทำอย่างไรให้เห็นผลเป็นรูปธรรม : ต้องการความร่วมมือจากทุกส่วน
- จะสร้างบรรยากาศของความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร รวมไปถึงการช่วยให้ขายความคิดสร้างสรรค์นั้นได้ : ให้ทุน SME พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
- จะสร้าง Creative City ได้อย่างไร ยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกามีการศึกษาว่าทำไมบางเมืองจึงผลิตคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้มาก ไทยก็มีเมืองเช่นนั้น เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต



ยาวมาถึงตอนสามเลย คิดว่าจบตั้
ยาวมาถึงตอนสามเลย
คิดว่าจบตั้งแต่คราวที่แล้ว
Post new comment