<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>Disbeliever</title>
  <subtitle>I was uncool before uncool was cool.</subtitle>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/readcamp-0"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://tewson.com/node/50/atom/feed"/>
  <id>http://tewson.com/node/50/atom/feed</id>
  <updated>2008-12-04T14:51:58+07:00</updated>
  <entry>
    <title>ReadCamp</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/readcamp-0" />
    <id>http://tewson.com/content/readcamp-0</id>
    <published>2008-12-04T14:51:58+07:00</published>
    <updated>2008-12-04T14:51:58+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="bacc" />
    <category term="bangkok" />
    <category term="event" />
    <category term="intellect" />
    <category term="readcamp" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเรื่องต่าง ๆ มากมาย และยังไม่จบ<br />
ขอบล็อกสั้น ๆ เรื่องงาน <a href="http://readcamp.org">"รี้ดแค้มป์"</a> หรือ ReadCamp งานสไตล์<a href="http://barcamp.org">บาร์แค้มป์</a> (BarCamp) ที่เรียกว่า "อสัมมนา" (Unconference) ง่าย ๆ คือทุกคนที่มางานต้อง "มีส่วนร่วม" โดยการเสนอหัวข้อที่จะพูด ถ้าอกหักไม่ได้พูดก็พยายามแสดงความคิดเห็น เป็นวัฒนธรรมของการแลกเปลี่ยนกัน</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเรื่องต่าง ๆ มากมาย และยังไม่จบ</p>
<p>ขอบล็อกสั้น ๆ เรื่องงาน <a href="http://readcamp.org">"รี้ดแค้มป์"</a> หรือ ReadCamp งานสไตล์<a href="http://barcamp.org">บาร์แค้มป์</a> (BarCamp) ที่เรียกว่า "อสัมมนา" (Unconference) ง่าย ๆ คือทุกคนที่มางานต้อง "มีส่วนร่วม" โดยการเสนอหัวข้อที่จะพูด ถ้าอกหักไม่ได้พูดก็พยายามแสดงความคิดเห็น เป็นวัฒนธรรมของการแลกเปลี่ยนกัน</p>
<p>เนื่องจากขี้เกียจแทรกรูป กรุณาไปดูรูปถ่ายประกอบการอ่านได้ที่ <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/ReadcampPreparation" title="http://picasaweb.google.com/tewzon/ReadcampPreparation">http://picasaweb.google.com/tewzon/ReadcampPreparation</a> และ <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/Readcamp" title="http://picasaweb.google.com/tewzon/Readcamp">http://picasaweb.google.com/tewzon/Readcamp</a></p>
<p>ผมไปฟังมาหลายหัวข้ออยู่ด้วยกัน หัวข้อแรกคือ "อ่าน 'ภาพคน' ในมุกตลกฝรั่ง" โดยคุณ "นักเรียนการแปล" พูดถึงเรื่องการสร้างเรื่องตลกจากการมองแบบเหมารวม (Stereotype) ของฝรั่ง เช่น สาวบลอนด์ต้องสวยแต่โง่ หรือคนบ้านนอกที่มักจะมีเพศสัมพันธ์กันเองในครอบครัว (Incest)</p>
<p>ต่อมาของคนกันเอง คือ <a href="http://twitter.com/idiotao">@idiotao</a> ในหัวข้อ "อ่านไม่ออก" พูดเรื่องการใช้ภาษาที่ทำให้เราอ่านไม่ออกหรือเข้าใจผิด เช่น พาสาวัยรุ่นงุงิ การใช้ค่ะ/คะ หรือการใช้ภาษาอังกฤษแบบผิดหลักไวยากรณ์</p>
<p>ต่อมาหัวข้อ "ลักษณะจำเพาะของมหากาพย์" โดย <a href="http://twitter.com/markpeak">@markpeak</a> ได้จำแนกคุณสมบัติที่มหากายพ์พึงมี และอธิบายว่าเรื่องไหนมีหรือไม่มีอย่างไร ผมไม่ได้จดมาละเอียด รอเจ้าตัวเขาอัพโหลดก่อน ติดตามจาก<a href="http://isriya.com">บล็อกของเขาละกัน</a></p>
<p>แล้วก็พักกินข้าว ขึ้นมาพบว่าหัวข้อของผมเองถูกเลือกไปสองอันคือ "94 ปี หนังสือนักศึกษา" กับ "อ่านสติกเก้อร์ท้ายรถ" แต่ยังไม่ถึงเวลา ก็ปั่น ๆ สไล้ด์ เพราะทำไม่ทัน!</p>
<p>แต่ก่อนพูด ได้ฟังหัวข้อ "Read Me Read Sugree" โดย <a href="http://twitter.com/sugree">@sugree</a> เป็นเรื่องชีวิตในอดีตของเขา ฟังแล้วได้ข้อคิดมากในเรื่องของการใช้ชีวิต การพัฒนาตนเอง <a href="http://www.slideshare.net/sugree/readme-read-sugree-presentation">อ่านสไล้ด์</a></p>
<p>มาถึงหัวข้อแรกที่ต้องพูด คือ "94 ปี หนังสือนักศึกษา" ขณะพูด รู้สึกได้เลยว่านี่แหละการโชว์เกรียนของแท้ เพราะว่าคนฟังมีทั้งคุณแป๊ด จากสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัด คุณชูวัส จากประชาไท คุณธนาพล จากฟ้าเดียวกัน และท่านอื่น ๆ อีกมาก โอ้ว แล้วข้อมูลผมก็โคตรจะไม่แน่น อ้างอิงจากหนังสือแค่เล่มสองเล่ม ประสบการณ์การทำหนังสือก็ไม่มี (แล้วมึงตั้งหัวข้อนี้ทำไม - ตั้งใจจะพูดเรื่องข้อมูลที่อ่านมานิดหน่อย แล้วคุยกับคนฟัง แต่นั่นล่ะ เตรียมตัวแย่มาก นำการคุยไม่ได้เลย) แต่ประทับใจเพราะได้คำแนะนำ (ติ) กับความคิดเห็นเพียบ</p>
<p>หัวข้อต่อมา (ติดกันเลย) สบาย ๆ หน่อยคือ "อ่านสติกเก้อร์ท้ายรถ" แต่ปัญหามีอยู่ว่าหัวข้อก่อนหน้าเลิกช้า คนเลยไปฟังห้องอื่นกันหมด ทำให้คนฟังห้องผมเป็นกลุ่มเดิม! จากที่ผมเสนอว่าสติกเก้อร์มันบอกสภาพสังคมในช่วงเวลาหนึ่งได้เลยเกิดการขยายต่อไปว่ามันคือการสื่อสารระหว่างชนชั้น ลองนึกดูว่าสิ่งที่แปะเพื่อแสดงออกผ่านรถยนต์เนี่ย ของชนชั้นล่าง (แบ่งตามรายได้) จะเข้าใจง่าย มีอารมณ์ขัน มีจิกกัดชนชั้นที่เหนือขึ้นไปบ้าง ซึ่งแน่นอน พวกคนขับรถเก๋งก็อ่านเข้าใจ เป็นการสื่อสารถึงทุกชนชั้น แต่ในขณะเดียวกัน ของติดรถของชนชั้นกลางขึ้นไป จะเป็นพวกสติกเก้อร์รักในหลวง ชื่อลูก หรือพวกที่ติดกระจกรถ (ซึ่งส่วนมากเป็นชื่อสถาบันการศึกษา และเป็นภาษาอังกฤษ) แสดงให้เห็นว่าพวกชนชั้นกลางขึ้นไปไม่ได้พยายามสื่อสารกับชนชั้นล่างลงมาเลย เพราะชื่อลูกก็รู้อยู่แต่ตัวเอง หรือการใช้ภาษาอังกฤษซึ่งจำกัดการเข้าใจ</p>
<p>รอดชีวิตจากการพูดเองก็มาฟังห้องของคนกันเองอีกคน คือ <a href="http://twitter.com/molek">@molek</a> กับการ์ตูนสุดฮิต (ในหมู่นักศึกษาปริญญาโทขึ้นไป!) คือ <a href="http://www.phdcomics.com/">Ph.D Comics</a> ซึ่งผู้บรรยายบอกว่ามันตรงกับชีวิตเขาเยอะมาก (ซึ่งนั่นหมายความว่าชีวิตของเขาค่อนข้างน่าเศร้าทีเดียว)</p>
<p>พอถึงตรงนี้ก็เริ่มง่วง (ตอนนั้นนะ ไม่ใช่ตอนที่พิมพ์นี่) เลยแวบไปดูงาน Asiatopia ที่กำลังจัดแสดงอยู่ภายในหอศิลป์นี่เช่นกัน แต่ไว้จะมาเขียนแยกอีกเอนทรี่หนึ่งทีหลัง</p>
<p>กลับลงมาก็ใกล้เลิกงานพอดี ก็เก็บข้าวเก็บของ ขนข้าวขนของ แล้วก็อพยพกันไปกินข้าวที่สวนหลวง</p>
<p>จบ!</p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
