<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>museum</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/category/tags/museum"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://tewson.com/taxonomy/term/18/atom/feed"/>
  <id>http://tewson.com/taxonomy/term/18/atom/feed</id>
  <updated>2008-10-14T14:36:07+07:00</updated>
  <entry>
    <title>พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%81" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%81</id>
    <published>2009-06-28T22:57:29+07:00</published>
    <updated>2009-06-28T23:29:37+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="bangkok" />
    <category term="intellect" />
    <category term="museum" />
    <category term="travel" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ขอแนะนำสถานที่น่าสนใจในกรุงเทพมหานครอีกแห่งหนึ่ง (ใช้คำว่า "อีก" ทำให้ฟังดูเหมือนเคยแนะนำไปเยอะแล้ว) นั่นคือ "พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก" หรือชื่อตามป้ายบอกทางว่า "Bangkokian Museum" หรือชื่อบนป้ายหน้าพิพิธภัณฑ์เองว่า "พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก"</p>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/4-uksdRfY2AYkks8kEPqnw?feat=embedwebsite"><img src="http://lh4.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeNtQQzC-I/AAAAAAAACm8/tM2G_AT6xs8/s400/Image067.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<p>ใช่แล้ว มันตั้งอยู่ในเขตบางรัก ที่ตั้งแบบเจาะจงเข้าไปอีกก็คือ ในซอยเจริญกรุง 43 ซึ่งอยู่ตรงข้ามสำนักงานไปรษณีย์กลาง บางรัก หรือจะให้เจาะจงมากไปกว่านั้นก็คือ ผมนั่งรถเมล์สาย 75 มาจากตรงข้ามสถานีรถไฟ (และรถไฟใต้ดิน) หัวลำโพง นั่งไปตามถนนมหาพฤฒาราม ผ่านโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม แล้วถามคนขับว่า จะไปไปรษณีย์กลาง บางรัก คนขับก็จอดให้ก่อนที่จะถึงสี่แยกไฟแดง แล้วให้ผมเดินต่อไปเองประมาณห้าร้อยเมตร เอาเข้าจริงมันคงมีวิธีเดินทางที่ฉลาดกว่านั้น (เช่น มาจากทางสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามาอย่างไรเหมือนกัน) ถ้าดูจากในเว็บ พบว่ารถเมล์จากหัวลำโพงที่ผ่านคือสาย 1 35 และ 75 แล้วก็พยายามไปเองก็แล้วกัน คือไปถึงไปรษณีย์กลาง บางรัก ให้ได้ แล้วพิพิธภัณฑ์จะอยู่ในซอยตรงข้าม</p>
<p>ต้องขยายความเพิ่ม คือตามความรู้สึกผม คนที่จะไปพิพิธภัณฑ์ต้องเดินเข้าไปในซอยเจริญกรุง 43 อย่างมีความหวัง หรืออย่างมีความมั่นใจ คือมันมีป้ายที่ปากซอยว่าไอ้แบงขอกเคี่ยนมิวเซี่ยมเนี่ยอยู่ลึกเข้าไปสองร้อยกว่าเมตร ผมเดินเข้าไปสักพักแล้วก็ยังไม่เห็นสัญญาณใด ๆ ที่บ่งบอกว่ามันมีพิพิธภัณฑ์อยู่ เดินมาเป็นระยะทางเท่าไรก็เสือกไม่ได้นับ แต่อย่ากลัว ขอให้เดินต่อไป ผ่านบริเวณใต้ทางยกระดับแล้วดูทางขวามือ ถ้าเจอรั้วที่มีต้นไม้ขึ้นเขียว ๆ ล่ะก็ ใช่เลย (เอาตามประสบการณ์ คือผมถามแม่ค้าขายข้าวที่อยู่ระหว่างทาง แล้วเธอบอกว่า "เดินเข้าไปอีก ดูเขียว ๆ ไว้" ตอนแรกก็งงว่าเขียวอะไรวะ)</p>
<p>พิพิธภัณฑ์นี้จริง ๆ แล้วเป็นบ้านของรองศาสตราจารย์วราพร สุรวดี รู้สึกว่าได้กรุงเทพมหานครมาช่วยจัดการตบแต่งให้ดูเป็นพิพิธภัณฑ์ มีพวกข้าวของเครื่องใช้จากรุ่นยายของยาย (คือผมกะเอาว่าเจ้าของบ้านน่าจะเป็นรุ่นยายผมได้ แล้วท่านก็เล่าให้ฟังว่าของพวกนี้ก็ตกทอดมาจากแม่จากยาย) บรรยากาศในบริเวณพิพิธภัณฑ์นั้นร่มรื่นมาก ของที่จัดแสดงไว้ก็น่าสนใจ ว่าง ๆ ก็ลองแวะมาดูกันนะ</p>
<p>ดูรูปด้านในเลยจ้ะ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ขอแนะนำสถานที่น่าสนใจในกรุงเทพมหานครอีกแห่งหนึ่ง (ใช้คำว่า "อีก" ทำให้ฟังดูเหมือนเคยแนะนำไปเยอะแล้ว) นั่นคือ "พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก" หรือชื่อตามป้ายบอกทางว่า "Bangkokian Museum" หรือชื่อบนป้ายหน้าพิพิธภัณฑ์เองว่า "พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก"</p>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/4-uksdRfY2AYkks8kEPqnw?feat=embedwebsite"><img src="http://lh4.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeNtQQzC-I/AAAAAAAACm8/tM2G_AT6xs8/s400/Image067.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<p>ใช่แล้ว มันตั้งอยู่ในเขตบางรัก ที่ตั้งแบบเจาะจงเข้าไปอีกก็คือ ในซอยเจริญกรุง 43 ซึ่งอยู่ตรงข้ามสำนักงานไปรษณีย์กลาง บางรัก หรือจะให้เจาะจงมากไปกว่านั้นก็คือ ผมนั่งรถเมล์สาย 75 มาจากตรงข้ามสถานีรถไฟ (และรถไฟใต้ดิน) หัวลำโพง นั่งไปตามถนนมหาพฤฒาราม ผ่านโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม แล้วถามคนขับว่า จะไปไปรษณีย์กลาง บางรัก คนขับก็จอดให้ก่อนที่จะถึงสี่แยกไฟแดง แล้วให้ผมเดินต่อไปเองประมาณห้าร้อยเมตร เอาเข้าจริงมันคงมีวิธีเดินทางที่ฉลาดกว่านั้น (เช่น มาจากทางสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามาอย่างไรเหมือนกัน) ถ้าดูจากในเว็บ พบว่ารถเมล์จากหัวลำโพงที่ผ่านคือสาย 1 35 และ 75 แล้วก็พยายามไปเองก็แล้วกัน คือไปถึงไปรษณีย์กลาง บางรัก ให้ได้ แล้วพิพิธภัณฑ์จะอยู่ในซอยตรงข้าม</p>
<p>ต้องขยายความเพิ่ม คือตามความรู้สึกผม คนที่จะไปพิพิธภัณฑ์ต้องเดินเข้าไปในซอยเจริญกรุง 43 อย่างมีความหวัง หรืออย่างมีความมั่นใจ คือมันมีป้ายที่ปากซอยว่าไอ้แบงขอกเคี่ยนมิวเซี่ยมเนี่ยอยู่ลึกเข้าไปสองร้อยกว่าเมตร ผมเดินเข้าไปสักพักแล้วก็ยังไม่เห็นสัญญาณใด ๆ ที่บ่งบอกว่ามันมีพิพิธภัณฑ์อยู่ เดินมาเป็นระยะทางเท่าไรก็เสือกไม่ได้นับ แต่อย่ากลัว ขอให้เดินต่อไป ผ่านบริเวณใต้ทางยกระดับแล้วดูทางขวามือ ถ้าเจอรั้วที่มีต้นไม้ขึ้นเขียว ๆ ล่ะก็ ใช่เลย (เอาตามประสบการณ์ คือผมถามแม่ค้าขายข้าวที่อยู่ระหว่างทาง แล้วเธอบอกว่า "เดินเข้าไปอีก ดูเขียว ๆ ไว้" ตอนแรกก็งงว่าเขียวอะไรวะ)</p>
<p>พิพิธภัณฑ์นี้จริง ๆ แล้วเป็นบ้านของรองศาสตราจารย์วราพร สุรวดี รู้สึกว่าได้กรุงเทพมหานครมาช่วยจัดการตบแต่งให้ดูเป็นพิพิธภัณฑ์ มีพวกข้าวของเครื่องใช้จากรุ่นยายของยาย (คือผมกะเอาว่าเจ้าของบ้านน่าจะเป็นรุ่นยายผมได้ แล้วท่านก็เล่าให้ฟังว่าของพวกนี้ก็ตกทอดมาจากแม่จากยาย) บรรยากาศในบริเวณพิพิธภัณฑ์นั้นร่มรื่นมาก ของที่จัดแสดงไว้ก็น่าสนใจ ว่าง ๆ ก็ลองแวะมาดูกันนะ</p>
<p>ดูรูปด้านในเลยจ้ะ<br />
&lt;!--break--></p>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/Z5MHlwfQt59mGhvjaWAA-Q?feat=embedwebsite"><img src="http://lh6.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeNuJTW5MI/AAAAAAAACnA/UBr2N8Sor-U/s400/Image068.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/BtYDZxsa3cCvCNZS1CRM4g?feat=embedwebsite"><img src="http://lh3.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeNvsRJ3sI/AAAAAAAACnI/NdYUINwvhzY/s400/Image069.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/Wi7im4XjR_y9Pg6f8o3a6Q?feat=embedwebsite"><img src="http://lh5.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeNzOq5L5I/AAAAAAAACnQ/1v9OPqy1B9k/s400/Image071.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/469NC5uvtrXwGklMxrayyA?feat=embedwebsite"><img src="http://lh4.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeN3yWZB-I/AAAAAAAACnc/_GGnvvt0rLE/s400/Image074.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/7ny-XhrVFfbqVPq8M4wdyg?feat=embedwebsite"><img src="http://lh5.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeN4zNG9sI/AAAAAAAACng/J11z_xk70og/s400/Image075.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/KFy-RUK_bG9lIR5u__S_DQ?feat=embedwebsite"><img src="http://lh6.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeN5zFnpII/AAAAAAAACnk/co4YP1md2Do/s400/Image076.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/4uGgUm9kHDpxTugmXTJ-Wg?feat=embedwebsite"><img src="http://lh6.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeN8e3VvvI/AAAAAAAACno/gKaHD5zKGOM/s400/Image077.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
<table style="width:auto;">
<tr>
<td><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/Rjv09H0uVvWaFR4QusmcRg?feat=embedwebsite"><img src="http://lh6.ggpht.com/_3MHSZs9ETeM/SkeN9Hbep6I/AAAAAAAACns/dJA6a-6520o/s400/Image078.jpg" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td style="font-family:arial,sans-serif; font-size:11px; text-align:right">From <a href="http://picasaweb.google.com/tewzon/BangkokianMuseum?feat=embedwebsite">bangkokian museum</a></td>
</tr>
</table>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>การออกแบบเพื่อสร้างความรู้สึกร่วมสูงสุด โดย นพดล ลิ้มวัฒนะกูร ผู้ออกแบบ &quot;มิวเซียมสยาม&quot; @ TCDC</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%A5-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A3-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A-%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1-tcdc" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%A5-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A3-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A-%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1-tcdc</id>
    <published>2008-10-13T23:10:57+07:00</published>
    <updated>2008-10-14T14:36:07+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="intellect" />
    <category term="lecture" />
    <category term="museum" />
    <category term="tcdc" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปฟังบรรยายที่ <a href="http://www.tcdc.or.th">TCDC - สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ</a> ในหัวข้อ</p>
<p><strong>การออกแบบเพื่อสร้างความรู้สึกร่วมสูงสุด</strong><br />
(Design of Maximum Engagement : Exhibition That Speaks)</p>
<p>ผู้บรรยายคือคุณนพดล ลิ้มวัฒนะกูร ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท designLAB MISC Co., Ltd. ผลงานเด่นของเขาคือ การออกแบบพิพิธภัณฑ์ <a href="http://www.ndmi.or.th/museums/museums_of_siam/index.html">"มิวเซียมสยาม"</a> ที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญ (ไม่เชื่อค้นใน Google ดูดิ)</p>
<p>ผมเองก็ไม่ได้เรียนออกแบบหรอกครับ มิวเซียมสยามนี่ก็ไม่เคยไป (หาเพื่อนไปด้วยอยู่ สนใจไหม อิอิ) แต่เห็นว่าหัวข้อมันน่าสนใจดี (และฟรี) เผื่อจะช่วยเรื่องการออกแบบเวบได้บ้าง</p>
<p>ต่อไปนี้เป็นสรุปใจความสำคัญ (เท่าที่ผมเข้าใจ)<br />
คำเตือน : ยาวบรรลัยเลยครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปฟังบรรยายที่ <a href="http://www.tcdc.or.th">TCDC - สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ</a> ในหัวข้อ</p>
<p><strong>การออกแบบเพื่อสร้างความรู้สึกร่วมสูงสุด</strong><br />
(Design of Maximum Engagement : Exhibition That Speaks)</p>
<p>ผู้บรรยายคือคุณนพดล ลิ้มวัฒนะกูร ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท designLAB MISC Co., Ltd. ผลงานเด่นของเขาคือ การออกแบบพิพิธภัณฑ์ <a href="http://www.ndmi.or.th/museums/museums_of_siam/index.html">"มิวเซียมสยาม"</a> ที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญ (ไม่เชื่อค้นใน Google ดูดิ)</p>
<p>ผมเองก็ไม่ได้เรียนออกแบบหรอกครับ มิวเซียมสยามนี่ก็ไม่เคยไป (หาเพื่อนไปด้วยอยู่ สนใจไหม อิอิ) แต่เห็นว่าหัวข้อมันน่าสนใจดี (และฟรี) เผื่อจะช่วยเรื่องการออกแบบเวบได้บ้าง</p>
<p>ต่อไปนี้เป็นสรุปใจความสำคัญ (เท่าที่ผมเข้าใจ)<br />
คำเตือน : ยาวบรรลัยเลยครับ<br />
&lt;!--break--><br />
<strong>เกริ่น</strong></p>
<p>คุณนพดลเกริ่นก่อนว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการออกแบบงานประเภทให้ข้อมูล เช่น นิทรรศการ หรือเวบไซต์ คือมุมมองของผู้ใช้หรือลูกค้า บางทีความสวยงามหรูหราควรเป็นเรื่องรอง เพราะมันอาจลดทอน "ความง่าย" ในการเข้าใจเนื้อหา ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของสิ่งที่เราออกแบบ</p>
<p>นั่นนำมาสู่คำว่า "usability" หรือความง่ายในการใช้งาน คุณนพดลได้เสนอสองหลักการของ usability คือ</p>
<ul>
<li>ความเรียบง่ายของการออกแบบ เพื่อลดความสับสนจากข้อมูลที่มากเกินไป (information overload)</li>
<li>ความราบรื่นของการรับข้อมูล (เอิ่ม ต้นฉบับใช้คำว่า smooth) เพื่อความเข้าใจของผู้ชม</li>
</ul>
<p>เหตุที่ต้องเน้น usability ก็เพราะว่า จากการศึกษา พวกงาน expo ทั้งหลายนี้ (โดยทั่วไป) จะมีเวลาแค่ 15 วินาที ที่จะดึงผู้ชมเข้ามาในซุ้ม กล่าวคือ ถ้าเขามายืนดูหน้าซุ้มเกิน 15 วินาทีแล้วยังงง ก็มีสิทธิ์ที่เขาจะเดินไปดูซุ้มอื่น</p>
<p>แล้วเราจะเข้าถึง usability ได้อย่างไร</p>
<p>เราต้องเรียนรู้จากผู้ใช้ ต้องออกแบบมันขึ้นมาโดยสมมติตนเองเป็นผู้ใช้ ต้องสร้าง design language ขึ้นจากประสบการณ์ของผู้ใช้ (เอิ่ม ผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง design language ใครทราบช่วยอธิบายหน่อยครับ)</p>
<p><strong>การออกแบบพิพิธภัณฑ์แห่งนี้</strong></p>
<p>กรอบความคิดหลักของมิวเซียมสยามก็คือ เป็นการเล่าประวัติศาสตร์ไทยจาก<strong>ปากคน</strong> ไม่ใช่เล่าโดย<strong>รัฐ</strong>อย่างที่เราอ่าน ๆ ท่อง ๆ กันมาแต่เด็ก เพื่อที่จะให้มันแตกต่างและไม่น่าเบื่อ</p>
<p>เริ่มจากการออกแบบเส้นทางเดินก่อนเลย เขาว่าพิพิธภัณฑ์นี่ก็เหมือนภาพยนตร์ยาว ๆ เรื่องหนึ่ง จำเป็นต้องมี "ตัวอย่างหนัง" (teaser) ให้ดูกันก่อน นั่นก็คือสรุปเรื่องราวคร่าว ๆ (แต่ไม่เฉลยส่วนสำคัญ) ให้ดูกันก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ชม</p>
<p>"ตัวอย่างหนัง" ของ มิวเซียมสยาม นี้ก็ปรากฏอยู่ในห้องแรกสุด เป็นจอภาพฉายขนาดยาวมาก (ผมไม่เคยไป เขาบอกว่า 20 เมตร) มีฉายภาพยนตร์สั้น ๆ เกี่ยวกับตัวละครที่แตกต่างกันในทางเชื้อสาย 7 คน เป็นคนธรรมดา ๆ ที่ผู้ชมจะได้เห็นว่าชาติที่แล้ว พวกเขาเป็นใครมาก่อน</p>
<p>ต่อมาคือกำหนดการ (agenda) หรือลำดับของข้อมูล เริ่มจากคำถามที่ว่า "เราเป็นคนไทยจริงหรือ" แล้วเสนอให้เห็นว่าสิ่งที่ (ดูเหมือนจะ) เป็นเอกลักษณ์ของไทย เช่น ตุ๊กตุ๊ก ส้มตำ มวยไทย บางอย่างเราก็ปรับเปลี่ยนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าอย่างนั้นคนที่อาศัยใกล้ ๆ ไทยนี่เป็นคนไทยด้วยหรือไม่</p>
<p>คุณนพดลบอกว่า การที่จะให้ผู้ชมประทับใจนั้น ต้องมีการทำให้ประหลาดใจในช่วงแรก ๆ เพื่อให้เกิดความตื่นเต้น ตรงนี้ผมโดนสปอยล์ครับ เขาบอกว่าในห้องถัด ๆ มา ตรงโครงกระดูกของมนุษย์โบราณ พอไปยืนดู จะมีวิดีทัศน์เกี่ยวกับวิถีชีวิตคนโบราณฉายออกมา</p>
<p>สิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นจุดขายของพิพิธภัณฑ์นี้ก็คือ ของต่าง ๆ ที่ "เล่น" ได้ (ผมไม่รู้จะแปลคำว่า interactive ให้มันรัดกุมอย่างไรดี) สาเหตุหลักอย่างหนึ่งก็คือมิวเซียมสยามมีของให้ดูน้อยกว่าที่อื่น เลยต้องใช้ interactive มาเป็นจุดเด่นแทน</p>
<p>เทคโนโลยีที่ใช้ในมิวเซียมสยามนั้นมีหลากหลายมาก ทั้งโลว์เทคและไฮเทค ซึ่งระบบอะไรที่มันง่าย ๆ จะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะเรียนรู้การใช้งานง่ายกว่า แต่บางอย่างที่ไฮเทคก็สามารถช่วยสื่อความได้ดีกว่า นึกถึงการอ่านการ์ตูนในหนังสือ (ก็แค่หยิบหนังสือมาอ่าน) กับการดูหนังการ์ตูน (ต้องใช้เครื่องเล่นเป็น ต้องมีอุปกรณ์)</p>
<p><strong>ตัวอย่างเทคโนโลยีใน มิวเซียมสยาม</strong></p>
<ul>
<li><strong>ภาพที่มองได้ 2 แบบจากหลายมุม</strong> คือผมไม่รู้ชื่อเฉพาะของมันแฮะ เอาเป็นว่าน่าจะเคยเห็น ที่มองมุมหนึ่งเป็นภาพหนึ่ง พอมองจากอีกมุมภาพก็เปลี่ยน เทคโนโลยีนี้ใช้ในการแสดงการเปรียบเทียบเกาะรัตนโกสินทร์ในปัจจุบันกับสมัยโบราณ (ในอดีตน้ำท่วมเสียส่วนมาก) เพื่อให้เห็นความแตกต่างบนพื้นที่เดียวกัน จึงบอกให้คนดูเดินดูจากมุมหนึ่ง ไปมุมหนึ่ง</li>
<li><strong>จอสัมผัส</strong> อันนี้ใช้โคตรเยอะครับ เพราะมือคนนี่เป็นตัวประสานที่ทุกคนคุ้นเคยมากที่สุด แต่มีจอสัมผัสอันเด่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้มือคนคือเกมขุดหาโบราณวัตถุ โดยจะมีแปรงเตรียมไว้ให้ ค่อย ๆ ปัดบนจอก็จะเจอสิ่งของพร้อมคำอธิบายเรื่อย ๆ อีกอันหนึ่งคือโต๊ะเปรียบเทียบกรุงศรีอยุธยากับกรุงรัตนโกสินทร์ คือถ้าเป็นกระดานภาพเฉย ๆ มันก็น่าเบื่อ เลยมีแผนที่ของทั้งสองกรุง ที่เมื่อแตะที่สถานที่ในกรุงหนึ่ง (เช่นวัด) ก็จะปรากฏลูกศรเชื่อมโยงกับสถานที่นั้นในอีกกรุงหนึ่ง พร้อมคำอธิบายความเหมือนหรือความแตกต่าง</li>
<li><strong>ภาพเคลื่อนไหว</strong> อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ปกติไปแล้ว แต่ที่น่าสนใจสำหรับมิวเซียมสยามคือ ในส่วนที่อธิบายเรื่องประเพณีขอฝน (เข้าใจว่าเกี่ยวกับตำนานพระยาแถน) ปัญหาคือภาพเคลื่อนไหวตรงนี้มันค่อนข้างนาน เขากลัวคนจะเบื่อ เลยตั้งกลองมโหระทึก (ตามประเพณีเอาไว้ตีขอฝน) พร้อมไม้ตีไว้ แล้วภาพเคลื่อนไหวจะหยุดเป็นช่วง ๆ ให้คนตีกลองเพื่อดูต่อ เพียงเท่านี้คนก็จะดูจนจบ</li>
<li><strong>หมึกไวแสงอัลตร้าไวโอเลต (UV Ink)</strong> อันนี้จำได้ว่าเป็นอันที่คุณนพดลชอบที่สุด เพราะมันไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอะไรมาก คือหมึกชนิดนี้ปกติจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องใช้แสงดำ (blacklight หรือแสง uv ผมอ้างคำแปลจากอภิธานศัพท์ฟิสิกส์ของราชมงคลน่ะ) สองดู มันจึงจะเรืองขึ้นมา ใช้ในกระดานที่อธิบายความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ ว่าเมื่อก่อนคนไทยมีความเชื่อผสมกันระหว่าง ผี (animistic) พราห์มณ์ และพุทธ หมึกนี้ก็จะถูกระบายลงในแผนที่เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริเวณไหนมีความเชื่อแบบไหน และส่งผลต่อสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างอย่างไร ผู้ชมก็ต้องเอาไฟฉายที่เขาเตรียมไว้ ส่องบนแผนที่ไล่ดูไปจนเจอ ทำให้กระดานภาพธรรมดา ๆ ไม่น่าเบื่อ</li>
<li><strong>จอเลื่อนได้</strong> อันนี้ผมชอบมาก หลักการมันง่าย ๆ คือมีจอฉายภาพเคลื่อนไหว ฉายแค่ส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ โดยส่วนที่ฉายจะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งของจอ มันถูกใช้ในการอธิบายเทคโนโลยีการสร้างวิหารปราสาทต่าง ๆ ในสุวรรณภูมิว่าบ้านเมืองเราสมัยก่อนนั้นโคตรไฮเทคเลยสำหรับยุคสำริด ภาพใหญ่บนกระดานก็เป็นภาพปราสาท ส่วนภาพบนจอจะเป็นเหมือนภาพเอ๊กซเรย์ คือให้เห็นการทำงานของคนในปราสาท คนดูก็เพลินในการเลื่อนดูว่าตรงไหนทำอย่างไร</li>
<li><strong>หมึกไวต่อความร้อน (Thermal Ink)</strong> อันนี้เป็นสิ่งที่คุณนพดลบอกว่าเป็น easter egg หรือสิ่งที่ซ่อนไว้ เป็นแผนการตลาดอย่างหนึ่งคือไม่บอกให้คนดูรู้ว่ามีไอ้นี่ให้เล่น จนกว่าจะมีคนหนึ่งไปเจอ แล้วกลับไปบอกเพื่อน คนที่เคยมาแต่พลาดไปก็จะอยากกลับมาอีก มันถูกใช้ในห้องที่เล่าเกี่ยวกับความหลากหลายทางเชื้อชาติของคนไทย ซึ่งมีรูปเด็กมากมาย บางรูปจะเป็นรูปมืด ก็คือหมึกชนิดนี้นี่เอง ถ้ามีใครเอามือไปถู ๆ รูปก็จะโผล่ขึ้นมา ตรงนี้เป็นปัญหานิดหน่อยคือตอนทดสอบไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ ทำให้เอาเข้าจริงแล้วหมึกมันต้องการอุณหภูมิที่สูงสักนิด ต้องถูนานหน่อย ใครไม่ได้ลองก็กลับไปลองนะครับ</li>
<li><strong>เครื่องฉายหนังแบบเก่า (Kinetoscope)</strong> อันนี้ก็โคตรเท่เช่นกัน นึกถึงการฉายภาพยนตร์แบบโบราณ คือเอาฟิล์มมาใส่เครื่องฉาย แล้วหมุนเองด้วยมือ เครื่องนี้จะตั้งอยู่ในส่วนของยุครัชกาลที่ 5 เมื่อเรามองไปในเครื่องฉายแล้วหมุน ก็จะได้ชมภาพเคลื่อนไหวแบบย้อนเวลา จากถนนหนทางในสมัยใหม่ไปยังถนนหนทางในสมัยก่อน คุณนพดลเน้นด้วยว่าจะต้องเสียงเอี๊ยด ๆ ตอนหมุน</li>
</ul>
<p>มาต่อกันที่สิ่งที่เป็น "นามธรรม" ในพิพิธภัณฑ์ คือการพยายามสอดแทรกสิ่งที่ไม่ได้บอกออกมาอย่างชัดเจน แต่มีความหมาย ลงไปในการออกแบบ เช่น ประติมากรรมด้านหน้าอาคาร แถบรุ้งที่ทอดเข้าไปในอาคาร หรือลายดอกบัวในห้องพุทธศาสนา</p>
<p>เนื่องจากเป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ จึงต้องมีการตีความประวัติศาสตร์ จากข้อความ มาเป็นการออกแบบ เพราะคงไปมีใครไปพิพิธภัณฑ์เพื่อยืนอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย การตีความนั้นก็จะมีทีมภัณฑารักษ์ (Curator) ให้คำปรึกษาแก่ทีมออกแบบ และทีมออกแบบต้องทำมันออกมาให้น่าสนใจ ตัวอย่างที่ยกมาเช่น</p>
<ul>
<li><strong>แผนที่ความเจริญของแคว้นต่าง ๆ ในยุคต่าง ๆ</strong> ทำโดยใช้กลุ่มดวงไฟ แทนแคว้น และไฟจะสว่าง - มืดตามความเจริญของแต่ละยุค เช่น บางยุคที่อยุธยาจะสว่างมาก</li>
<li><strong>การ์ตูนเล่าเรื่องกำเนิดสุวรรณภูมิ</strong> เนื่องจากเรื่องเล่าต้นกำเนิดดินแดนสุวรรณภูมินั้นมีหลายเรื่อง มิวเซียมสยามเลยให้ผู้ชมตัดสินเอง แล้วให้ข้อมูลทั้งหมด (มี 5 เรื่อง) ในรูปแบบของการ์ตูน ที่ผมว่าเจ๋งมาก ๆ จากตัวอย่างที่ได้ดู (เรื่องท้าวแสนปม) เป็นการ์ตูนขาวดำ ลายเส้นเท่มาก เพลงประกอบออกแจ๊ซ ๆ อีกต่างหาก คุณนพดลบอกว่าการ์ตูนนี้โดนติงมาพอสมควรว่าไม่ค่อยมีความเป็นไทยเลย (บางตอนก็ยืนฉี่กันให้ดูเลย) แต่ผมว่ามันเท่มากนะ บางทีก็ไม่เห็นจะต้องใส่พวกช่อฟ้าใบระกาอะไรเข้าไปมากมาย แต่ก็ต่างคนต่างความคิด</li>
<li><strong>โต๊ะแสดงวัฏจักรของการสร้างเมือง</strong> เป็นโต๊ะรอสัมผัสใหญ่ ๆ ฉายแผนที่เมืองจากมุมบน เหมือนพวกเกมแนววางแผนทั้งหลาย พอเอามือไปแตะดู ก็จะได้เห็นว่าคนไหนอาชีพไหน ทำอะไรในการสร้างเมือง โคตรน่าเล่นอะครับ</li>
<li><strong>หนังสั้นอธิบายการค้าขาย</strong> เป็นเรื่องของหนึ่งในตัวละคร 7 คนที่กล่าวถึงข้างต้น ได้กลับชาติมาเกิดเป็นพ่อค้าในสุวรรณภูมิ เนื้อเรื่องออกไปในทางตลก (มาก) ไม่ได้เคร่งขรึมจริงจังกับการใช้ภาษาท่าทาง แต่ผมดูแล้วผมจำได้แฮะว่าสมัยนั้นเขาแลกเปลี่ยนอะไรกัน</li>
</ul>
<p>แต่อย่างไรก็ตามพิพิธภัณฑ์ก็คือพิพิธภัณฑ์ ผู้คนก็คาดหวังจะได้มาเห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ หรือมาดู "ของ" นั่นเอง ผู้ออกแบบจึงได้จัดห้องไว้หนึ่งห้อง ที่ไม่มีเทคโนโลยีลูกเล่นอะไรเลย มีแต่ของ แบบจำลอง คำอธิบาย ให้ได้ดูได้อ่านกัน แต่แอบมีความน่าสนใจที่มีการทำสมุดข่อยเล่มเบ้อเริ่มให้พลิกอ่านแทนกระดานภาพ</p>
<p>คุณนพดลเล่าว่าในตอนแรกของการออกแบบนั้น สิ่งที่ต้องตัดสินใจก็คือ จะทำให้ทั้งทุกห้อง มีลักษณะไปในทางเดียวกัน หรือว่าจะแตกต่างกันไปเลยดี หากทุกห้องมีความคล้ายคลึงกัน มันก็จะดูดีในเชิงการออกแบบ แต่มันจะทำให้น่าเบื่อ แต่หากให้ทุกห้องนั้นไม่เหมือนกันเลย ก็จะได้ประโยชน์ที่จะสามารถตกแต่งให้เข้ากับเนื้อหาได้เต็มที่ และผู้คนที่มีความชอบแตกต่างกัน ก็จะรู้สึกประทับใจในคนละห้องกัน</p>
<p>มีอีกสิ่งที่พิพิธภัณฑ์ (ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กด้วย) ขาดไม่ได้นั่นคือเกม บริเวณช่วงท้ายของการเดินจะมีเกมต่าง ๆ ให้เด็กเล่น เช่น เกมแลกเปลี่ยนสินค้า (สมมติตนเองเป็นพ่อค้า) เกมวางแผนการรบ ที่เจ๋งคือเกมยิงข้าศึก (ในจอ) ด้วยปืนใหญ่กระบอกเบ้อเร่อ (ขนาดเท่าของจริง) แต่ก็มีคนติงมาว่า มันจะปลูกฝังเด็กไหมเนี่ย ว่าต้องยิงพม่า ตรงนี้คุณนพดลก็หัวเราะแหะแหะ บอกว่าทางมิวเซียมสยามเขาก็คิดจะปรับปรุงกันอยู่</p>
<p>แล้วผู้ใหญ่ล่ะ มาที่มิวเซียมสยามแล้วจะเจออะไรที่โดนใจคนรุ่นตัวเองบ้างไหม คำตอบคือมีครับ เป็นห้องที่ตกแต่งเหมือนยุคที่ตายายเรายังเป็นหนุ่มสาว ช่วงสงครามเวียดนาม เอลวิส เพรสลี่ย์ อินทรีแดง อะไรทำนองนั้น มีห้องที่เหมือนดิสโก้เธคสมัยก่อน เขาบอกว่ารุ่นเดอะนี่มานั่งแช่กันตรงนี้นานเชียว</p>
<p>นอกจากได้เดินชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ผู้ชมก็ยังสามารถทิ้งอะไรไว้ที่มิวเซียมสยามแห่งนี้ด้วย โดยมีห้องหนึ่งที่มีกล้องวิดีโอและเสื้อผ้าสมัยก่อนให้เปลี่ยน และให้สมมติตนเองเป็นพิธีกร อัดวิดีทัศน์เก็บไว้ในฐานข้อมูลได้ หรือห้องที่ผู้ชมจะได้เขียน มีจอสัมผัสอยู่ตรงกลาง ให้เขียนว่า ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะทำอะไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องมีทั้งความเห็นที่จริงจังและเกรียน ๆ แต่ที่เท่มากคือ ความคิดเห็นที่เขียนกันไปนั้นจะถูกเก็บไว้ แล้วฉายบนฉากที่ผนัง ถ้ามีคนไปยืนใกล้ ๆ ผนัง จะมีระบบตรวจจับเงา แล้วจะเอาความเห็นของใครไม่รู้ มาเป็นฟองความคิดบนหัว ให้ได้ถ่ายรูปเล่น</p>
<p>จบส่วนของพิพิธภัณฑ์ มาถึงการสัมภาษณ์ผู้ชม ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "สนุก" และ "จะมาอีก" คุณนพดลบอกว่าในวันเสาร์อาทิตย์ มีผู้เยี่ยมชมถึงวันละสองพันคน ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับพิพิธภัณฑ์ขนาดนี้ (เพื่อนผมที่เพิ่งไปมาก็บอกว่าบางอย่างมันก็เริ่มจะชำรุดหรือหายบ้างแล้วแฮะ)</p>
<p>สรุปสั้น ๆ จากการนำเสนอของคุณนพดลก็คือ นิทรรศการที่ดี ต้องเป็นที่ ๆ ผู้เยี่ยมชมสามารถมีส่วนร่วม ทั้งด้านความรู้สึก อารมณ์ และการได้สัมผัสของจริง - The Platform that people can engage  sensually, emotionally, and physically</p>
<p>สำหรับความเห็นของผม ในฐานะที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานออกแบบเลยก็คือคุ้มมากครับ ฟังแล้วสิ่งแรกที่คิดก็คือกูต้องไปมิวเซียมสยามแล้วว่ะ นี่ก็เชยมากแล้วนะเนี่ย เพื่อน ๆ เคยไปกันหมด ได้เห็นความพยายามสร้างสรรค์แหล่งความรู้ของคนไทยอย่างนี้ก็ประทับใจครับ ขอบคุณ TCDC ที่จัดกิจกรรมบรรยาย แล้วก็ขอบคุณคุณนพดลที่มาพูดมากครับ</p>
<p>ปล. เรื่องหาเพื่อนไปมิวเซียมสยามผมจริงจังนะ ฮ่า ๆ ทิ้งคอมเมนต์ไว้เลย<br />
ปลล. ผมเพิ่งเจอตะกี้ว่าทาง <a href="http://www.tcdcconnect.com">TCDCConnect</a> ได้ทำ Live Blogging ไว้ด้วย <a href="http://www.coveritlive.com/index.php?option=com_altcaster&amp;task=siteviewaltcast&amp;altcast_code=ff79e11bf9&amp;height=550&amp;width=470">ที่นี่</a> ครับ ลองอ่านดูจะได้รายละเอียดเพิ่มเติม</p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
