<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>film</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/category/tags/film"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://tewson.com/taxonomy/term/28/atom/feed"/>
  <id>http://tewson.com/taxonomy/term/28/atom/feed</id>
  <updated>2008-10-31T23:21:59+07:00</updated>
  <entry>
    <title>เล่าเรื่อง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87" />
    <id>http://tewson.com/content/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87</id>
    <published>2009-08-25T00:51:14+07:00</published>
    <updated>2009-08-25T00:51:14+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="intellect" />
    <category term="life" />
    <category term="reading" />
    <category term="thought" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผมเพิ่งไปดู The Inglourious Basterds มาเมื่อวันอาทิตย์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนหนังจบก็คือ ตาแรนติโน่ ผู้กำกับและเขียนบท แม่งคิดได้ไงวะ ทั้งฉากโหด ๆ ในหนัง และบทเรื่องที่อลหม่านพินาศฉิบหายวายป่วงพลิกความคาดหมายแบบนั้น ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่จะสงสัยว่าคนที่คิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาได้นี่จะมีชีวิตประจำวันอย่างไร แน่นอนว่าถ้าคิดอย่างมีเหตุผลหน่อยมันก็โยงไม่ได้ตรง ๆ ขนาดนั้นว่าคนที่สร้างสรรค์ผลงานในอารมณ์หนึ่ง ๆ จะต้องเป็นคนที่จมอยู่กับอารมณ์นั้น ๆ หรือคุ้นเคยกับอารมณ์นั้น ๆ แต่มันก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในทางรสนิยมบ้างล่ะน่า<br />
ผมเป็นคนที่ชอบอ่านเรื่องสั้น หรือนวนิยายขนาดสั้น เพราะรู้สึกว่ามันจบในตอน ได้รู้บทสรุปอย่างรวดเร็ว (แต่ก็เป็นแฟนตัวยงของนิยายยาว ๆ อย่างชุด The Lord of the Rings นะ) เพิ่งซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นของโดนั่ลด์ บาร์เธลมี่ มาอ่าน แต่ละเรื่อง (ความยาวไม่กี่หน้า) ก็ค่อนข้างหลุดโลก ก็ชวนให้คิดว่าคนเขียนเขาคิดอะไรอยู่ถึงเขียนมันออกมาได้<br />
คนที่ชอบอ่านเรื่องสั้น (จริง ๆ ไม่ต้องเรื่องสั้นหรอก แค่ชอบอ่าน) ก็คงอยากจะเขียนเรื่องของตัวเองบ้าง ผมเองก็ด้วย ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม คงเป็นอารมณ์หนึ่งของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์ที่ต้องการสื่อสารความคิดของตนเองกับคนอื่น ๆ ผ่านช่องทางที่ชอบ (แล้วก็เห็นคนรู้จักเขียน แล้วชอบ อยากเขียนบ้าง) แต่ปัญหาก็คือ ผมไม่แน่ใจนักว่าคนที่อ่าน (หรือถูกยัดเยียดให้อ่าน) จะโยงเรื่องสั้นที่เขียน กับตัวผมหรือเปล่า (แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ) ทั้ง ๆ ที่มันอาจไม่ได้มาจากสิ่งที่คิดจริง ๆ แต่เป็นการพยายามคิด หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ผมคิดจริง ๆ ก็ได้ พูดง่าย ๆ คือ ใจหนึ่งก็อยากเขียน อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้คนอ่านโยงสิ่งที่เขียนกับตัวจริงของคนเขียน (ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะโยง)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผมเพิ่งไปดู The Inglourious Basterds มาเมื่อวันอาทิตย์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนหนังจบก็คือ ตาแรนติโน่ ผู้กำกับและเขียนบท แม่งคิดได้ไงวะ ทั้งฉากโหด ๆ ในหนัง และบทเรื่องที่อลหม่านพินาศฉิบหายวายป่วงพลิกความคาดหมายแบบนั้น ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่จะสงสัยว่าคนที่คิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาได้นี่จะมีชีวิตประจำวันอย่างไร แน่นอนว่าถ้าคิดอย่างมีเหตุผลหน่อยมันก็โยงไม่ได้ตรง ๆ ขนาดนั้นว่าคนที่สร้างสรรค์ผลงานในอารมณ์หนึ่ง ๆ จะต้องเป็นคนที่จมอยู่กับอารมณ์นั้น ๆ หรือคุ้นเคยกับอารมณ์นั้น ๆ แต่มันก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในทางรสนิยมบ้างล่ะน่า</p>
<p>ผมเป็นคนที่ชอบอ่านเรื่องสั้น หรือนวนิยายขนาดสั้น เพราะรู้สึกว่ามันจบในตอน ได้รู้บทสรุปอย่างรวดเร็ว (แต่ก็เป็นแฟนตัวยงของนิยายยาว ๆ อย่างชุด The Lord of the Rings นะ) เพิ่งซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นของโดนั่ลด์ บาร์เธลมี่ มาอ่าน แต่ละเรื่อง (ความยาวไม่กี่หน้า) ก็ค่อนข้างหลุดโลก ก็ชวนให้คิดว่าคนเขียนเขาคิดอะไรอยู่ถึงเขียนมันออกมาได้</p>
<p>คนที่ชอบอ่านเรื่องสั้น (จริง ๆ ไม่ต้องเรื่องสั้นหรอก แค่ชอบอ่าน) ก็คงอยากจะเขียนเรื่องของตัวเองบ้าง ผมเองก็ด้วย ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม คงเป็นอารมณ์หนึ่งของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์ที่ต้องการสื่อสารความคิดของตนเองกับคนอื่น ๆ ผ่านช่องทางที่ชอบ (แล้วก็เห็นคนรู้จักเขียน แล้วชอบ อยากเขียนบ้าง) แต่ปัญหาก็คือ ผมไม่แน่ใจนักว่าคนที่อ่าน (หรือถูกยัดเยียดให้อ่าน) จะโยงเรื่องสั้นที่เขียน กับตัวผมหรือเปล่า (แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ) ทั้ง ๆ ที่มันอาจไม่ได้มาจากสิ่งที่คิดจริง ๆ แต่เป็นการพยายามคิด หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ผมคิดจริง ๆ ก็ได้ พูดง่าย ๆ คือ ใจหนึ่งก็อยากเขียน อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้คนอ่านโยงสิ่งที่เขียนกับตัวจริงของคนเขียน (ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะโยง)</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Star Trek สุดยอด</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/star-trek-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94" />
    <id>http://tewson.com/content/star-trek-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94</id>
    <published>2009-05-10T00:35:04+07:00</published>
    <updated>2009-05-10T00:35:04+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ตามหัวข้อ ไปดูกันซะนะจ๊ะ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ตามหัวข้อ ไปดูกันซะนะจ๊ะ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Once Upon a Time in Bangkok</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/once-upon-time-bangkok" />
    <id>http://tewson.com/content/once-upon-time-bangkok</id>
    <published>2009-04-08T02:05:27+07:00</published>
    <updated>2009-04-08T02:05:27+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="bacc" />
    <category term="film" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>งานเยอะ แวะมาบันทึกสั้น ๆ<br />
เมื่อวันเสาร์ (4 เม.ย.) แวะไปดูงานหนังสั้น 17 เรื่อง (หรือ 14 วะ) ที่หอศิลป์ ชื่องาน Once Upon a Time in Bangkok จัดโดย Bioscope (อารมณ์ Paris, je t'aime)<br />
หัวข้อคือ "ถ้ารัฐบาลย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ ไปนนทบุรี" แล้วก็ใช้วิธีส่งต่อบท คือคนแรกเริ่มทำอย่างนี้ คนต่อมาก็เอาบทไปเขียนต่อ เหมือนกับเขียนเรื่องต่อกัน<br />
โดยรวมก็น่าประทับใจอีกแล้ว มีบางเรื่องที่งงไปหน่อย และบางเรื่องที่เลี่ยนไปหน่อย sound check โคตรฮา เป็นคุณตาคุณยายออกมายืน คุณตาบอกว่า "ผมชอบซ้อมเมียผม" (ขึ้น subtitle ว่า "I'm a wife beater.") แล้วก็ทำท่าตีเข่า ฟาดสันมือ ดัง ป้ากกก ป้ากกกก<br />
ชอบมากอีกอย่างที่ทำ subtitle ทุกเรื่อง ถ้าตรวจไวยากรณ์ให้เนี้ยบจะสุดยอดมาก ๆ<br />
จบ<br />
ปล. ประทับใจคุณทองย้อย กั่ก ๆ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>งานเยอะ แวะมาบันทึกสั้น ๆ</p>
<p>เมื่อวันเสาร์ (4 เม.ย.) แวะไปดูงานหนังสั้น 17 เรื่อง (หรือ 14 วะ) ที่หอศิลป์ ชื่องาน Once Upon a Time in Bangkok จัดโดย Bioscope (อารมณ์ Paris, je t'aime)</p>
<p>หัวข้อคือ "ถ้ารัฐบาลย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ ไปนนทบุรี" แล้วก็ใช้วิธีส่งต่อบท คือคนแรกเริ่มทำอย่างนี้ คนต่อมาก็เอาบทไปเขียนต่อ เหมือนกับเขียนเรื่องต่อกัน</p>
<p>โดยรวมก็น่าประทับใจอีกแล้ว มีบางเรื่องที่งงไปหน่อย และบางเรื่องที่เลี่ยนไปหน่อย sound check โคตรฮา เป็นคุณตาคุณยายออกมายืน คุณตาบอกว่า "ผมชอบซ้อมเมียผม" (ขึ้น subtitle ว่า "I'm a wife beater.") แล้วก็ทำท่าตีเข่า ฟาดสันมือ ดัง ป้ากกก ป้ากกกก</p>
<p>ชอบมากอีกอย่างที่ทำ subtitle ทุกเรื่อง ถ้าตรวจไวยากรณ์ให้เนี้ยบจะสุดยอดมาก ๆ</p>
<p>จบ</p>
<p>ปล. ประทับใจคุณทองย้อย กั่ก ๆ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>20th Century Boys the Movie 2</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/20th-century-boys-movie-2" />
    <id>http://tewson.com/content/20th-century-boys-movie-2</id>
    <published>2009-03-25T20:48:50+07:00</published>
    <updated>2009-03-25T20:48:50+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เมื่อคืนไปดู 20th Century Boys ภาค 2 ที่เมเจ้อร์รัชโยธิน ด้วยความกรุณาของ kapook.com อีกคำรบหนึ่ง (ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ)</p>
<p><a href="http://tewson.com/node/45">ภาคแรก</a></p>
<p><img src="http://lh5.ggpht.com/_REEBI8p4NjM/Sb4QyNWaeSI/AAAAAAAAC_4/5RjOxR-a06A/s800/20th_001.jpg" alt="20th Century Boys 2" /></p>
<p>ภาคแรกว่ามันส์มากแล้ว ภาคสองนี้มันส์ยิ่งขึ้นอีก! ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น และโปรดักชั่นที่อลังการ อยากเห็นตัวละครตัวไหน เขาก็โผล่มาให้เห็น แบบหลุดมาจากในหนังสือการ์ตูน (ดูบาทหลวงเป็นตัวอย่าง หามาได้ไงฟะหน้าตาอย่างนั้น)</p>
<p>สิ่งที่ชอบมากเป็นพิเศษคือ ภาษาไทย! ใช่แล้ว ถ้าอ่านการ์ตูนต้นฉบับ จะพบว่าคนไทยมีบทสำคัญในเรื่องกับเขาด้วย คือ ชัยพร หัวหน้าแก๊งมาเฟียในชินจูกุ พาลให้ คันนะ และ โอตโจะ ต้องพูดไทยไปด้วย! เยี่ยมไปเลย อีตาลุงชัยพรนี่ก็ขโมยซีนใช่ย่อย เพราะเสียงพากย์แอบฮา</p>
<p>ส่วนซับไตเติ้ลก็คงมาตรฐานเดิม คือฮา! มีทั้ง "แจ็คกับโรส" หรือ "ขอซับไตเติ้ลหน่อย!"</p>
<p>ตัวละครใหม่ที่โผล่มาคือ เคียวโกะ เพื่อนร่วมชั้นของ คันนะ นี่ก็อีกหนึ่งตัวขโมยซีน เพราะน่ารักกว่าในการ์ตูน (แต่การแสดงออกทางสีหน้าเหมือนในการ์ตูนเด๊ะ ๆ)</p>
<p>อย่างนี้ไม่ดูไม่ได้แล้ว!</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เมื่อคืนไปดู 20th Century Boys ภาค 2 ที่เมเจ้อร์รัชโยธิน ด้วยความกรุณาของ kapook.com อีกคำรบหนึ่ง (ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ)</p>
<p><a href="http://tewson.com/node/45">ภาคแรก</a></p>
<p><img src="http://lh5.ggpht.com/_REEBI8p4NjM/Sb4QyNWaeSI/AAAAAAAAC_4/5RjOxR-a06A/s800/20th_001.jpg" alt="20th Century Boys 2" /></p>
<p>ภาคแรกว่ามันส์มากแล้ว ภาคสองนี้มันส์ยิ่งขึ้นอีก! ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น และโปรดักชั่นที่อลังการ อยากเห็นตัวละครตัวไหน เขาก็โผล่มาให้เห็น แบบหลุดมาจากในหนังสือการ์ตูน (ดูบาทหลวงเป็นตัวอย่าง หามาได้ไงฟะหน้าตาอย่างนั้น)</p>
<p>สิ่งที่ชอบมากเป็นพิเศษคือ ภาษาไทย! ใช่แล้ว ถ้าอ่านการ์ตูนต้นฉบับ จะพบว่าคนไทยมีบทสำคัญในเรื่องกับเขาด้วย คือ ชัยพร หัวหน้าแก๊งมาเฟียในชินจูกุ พาลให้ คันนะ และ โอตโจะ ต้องพูดไทยไปด้วย! เยี่ยมไปเลย อีตาลุงชัยพรนี่ก็ขโมยซีนใช่ย่อย เพราะเสียงพากย์แอบฮา</p>
<p>ส่วนซับไตเติ้ลก็คงมาตรฐานเดิม คือฮา! มีทั้ง "แจ็คกับโรส" หรือ "ขอซับไตเติ้ลหน่อย!"</p>
<p>ตัวละครใหม่ที่โผล่มาคือ เคียวโกะ เพื่อนร่วมชั้นของ คันนะ นี่ก็อีกหนึ่งตัวขโมยซีน เพราะน่ารักกว่าในการ์ตูน (แต่การแสดงออกทางสีหน้าเหมือนในการ์ตูนเด๊ะ ๆ)</p>
<p>อย่างนี้ไม่ดูไม่ได้แล้ว!</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>third class cinema : wild at heart</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/third-class-cinema-wild-heart" />
    <id>http://tewson.com/content/third-class-cinema-wild-heart</id>
    <published>2009-03-23T16:29:08+07:00</published>
    <updated>2009-03-23T16:29:08+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="sense" />
    <category term="william warren" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ไปดูงานนี้มา ที่ห้องสมุดวิลเลี่ยม วอร์เรน</p>
<p><img src="http://farm4.static.flickr.com/3518/3316364960_ddc6eeafd6_o.jpg" alt="wild at heart" /></p>
<p>ไปไม่ทันดูเรื่องแรก คือ The Unreasonable Man</p>
<p>ต่อมา ประทวย กับ มึงฆ่าแฟนกู มันส์+ฮามาก ยิง/ฟันกันเลือดสาด (ราดน้ำแดงให้เห็นกันจะจะเลย มีเอาขวดน้ำแดงมาจิบ แล้วพ่นพรวดต่อหน้าเลย ฮ่า ๆ)</p>
<p>ต่อมา คนตัดหญ้า 4 ค่อนข้างงง ขำนิดหน่อย ทีมผู้กำกับบอกว่าจะมี 9 ภาค</p>
<p>ปิดท้ายด้วย The Chronicles of Mad Mad Man โคตรดิบ (ขอโทษที่หยาบคาย แต่ต้องบอกว่า ดิบสัด) แต่ภาพสวย ถ่ายฉากไล่ล่าแบบทุนต่ำได้ดีมาก</p>
<p>แต่น่าประทับใจมาก ขอขอบคุณไบโอสโขพ</p>
<p><a href="http://thirdclasscitizen.exteen.com/20090228/third-class-cinema-013-wild-at-heart">รายละเอียดเพิ่มเติม + ตัวอย่างหนัง</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ไปดูงานนี้มา ที่ห้องสมุดวิลเลี่ยม วอร์เรน</p>
<p><img src="http://farm4.static.flickr.com/3518/3316364960_ddc6eeafd6_o.jpg" alt="wild at heart" /></p>
<p>ไปไม่ทันดูเรื่องแรก คือ The Unreasonable Man</p>
<p>ต่อมา ประทวย กับ มึงฆ่าแฟนกู มันส์+ฮามาก ยิง/ฟันกันเลือดสาด (ราดน้ำแดงให้เห็นกันจะจะเลย มีเอาขวดน้ำแดงมาจิบ แล้วพ่นพรวดต่อหน้าเลย ฮ่า ๆ)</p>
<p>ต่อมา คนตัดหญ้า 4 ค่อนข้างงง ขำนิดหน่อย ทีมผู้กำกับบอกว่าจะมี 9 ภาค</p>
<p>ปิดท้ายด้วย The Chronicles of Mad Mad Man โคตรดิบ (ขอโทษที่หยาบคาย แต่ต้องบอกว่า ดิบสัด) แต่ภาพสวย ถ่ายฉากไล่ล่าแบบทุนต่ำได้ดีมาก</p>
<p>แต่น่าประทับใจมาก ขอขอบคุณไบโอสโขพ</p>
<p><a href="http://thirdclasscitizen.exteen.com/20090228/third-class-cinema-013-wild-at-heart">รายละเอียดเพิ่มเติม + ตัวอย่างหนัง</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>The Baader Meinhof Complex</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/baader-meinhof-complex" />
    <id>http://tewson.com/content/baader-meinhof-complex</id>
    <published>2009-03-15T11:58:02+07:00</published>
    <updated>2009-03-15T11:58:02+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="germany" />
    <category term="intellect" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>The Baader Meinhof Complex เป็นเรื่องราวของกลุ่มหัวรุนแรงในเยอรมนีชื่อ Red Army Faction หรือ Rote Armee Fraktion (โรเท่อ อาเม ฟราคซิโอน) ที่รวมตัวกันในช่วงสงครามเวียดนาม เพื่อต่อต้านอเมริกาและทุนนิยม</p>

<p><img src="http://cache02.stormap.sapo.pt/fotostore02/fotos//dc/9d/45/2717056_fiidw.jpeg" alt="The Baader Meinhof Complex" /></p>

<p>หนังมันส์มาก เป็นเรื่องจริงที่ไม่น่าเชื่ออีกเรื่อง หลังจากดูหนังแล้วมาตามอ่านประวัติศาสตร์ดูพบว่าแทบไม่มีการดัดแปลงเลย เป็นกลุ่มที่โลดโผน บ้าบิ่นมาก ดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าประเทศเยอรมนีจะเคยมีการก่อการร้ายระดับนี้เกิดขึ้น</p>

<p>ดูเรื่องนี้จบแล้วก็ไปดู Munich ต่อได้เลย ช่วงเวลาในเรื่องมันต่อกันพอดี (Munich เป็นเรื่องเกี่ยวกับการก่อการร้ายสังหารนักกีฬาอิสราเอลโดยกลุ่มหัวรุนแรงอาหรับ ในกีฬาโอลิมปิคที่เยอรมนี)</p>

<p>ข้อเสียของ TBMC นี้มีอย่างเดียวคือ บางทีอารมณ์มันเหมือนจะจบ แต่ก็ยังไม่จบสักที จำได้ว่ารู้สึกว่าหนังจะจบ 2 รอบ ก่อนจะจบจริง ที่เหลือชอบมาก ฮาด้วย</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>The Baader Meinhof Complex เป็นเรื่องราวของกลุ่มหัวรุนแรงในเยอรมนีชื่อ Red Army Faction หรือ Rote Armee Fraktion (โรเท่อ อาเม ฟราคซิโอน) ที่รวมตัวกันในช่วงสงครามเวียดนาม เพื่อต่อต้านอเมริกาและทุนนิยม</p>

<p><img src="http://cache02.stormap.sapo.pt/fotostore02/fotos//dc/9d/45/2717056_fiidw.jpeg" alt="The Baader Meinhof Complex" /></p>

<p>หนังมันส์มาก เป็นเรื่องจริงที่ไม่น่าเชื่ออีกเรื่อง หลังจากดูหนังแล้วมาตามอ่านประวัติศาสตร์ดูพบว่าแทบไม่มีการดัดแปลงเลย เป็นกลุ่มที่โลดโผน บ้าบิ่นมาก ดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าประเทศเยอรมนีจะเคยมีการก่อการร้ายระดับนี้เกิดขึ้น</p>

<p>ดูเรื่องนี้จบแล้วก็ไปดู Munich ต่อได้เลย ช่วงเวลาในเรื่องมันต่อกันพอดี (Munich เป็นเรื่องเกี่ยวกับการก่อการร้ายสังหารนักกีฬาอิสราเอลโดยกลุ่มหัวรุนแรงอาหรับ ในกีฬาโอลิมปิคที่เยอรมนี)</p>

<p>ข้อเสียของ TBMC นี้มีอย่างเดียวคือ บางทีอารมณ์มันเหมือนจะจบ แต่ก็ยังไม่จบสักที จำได้ว่ารู้สึกว่าหนังจะจบ 2 รอบ ก่อนจะจบจริง ที่เหลือชอบมาก ฮาด้วย</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>The Class</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/class" />
    <id>http://tewson.com/content/class</id>
    <published>2009-03-02T14:00:32+07:00</published>
    <updated>2009-03-02T14:01:33+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="intellect" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หนึ่งในสัจธรรมของโลกนี้ก็คือ หนังดี ๆ มักเข้าฉายช่วงใกล้สอบ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร วันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมาเลยดูหนังไป 3 เรื่อง ได้แก่ The Class, The Baader Meinhof Complex และ The Reader (ทำไมมีแต่เดอะเดอะ)</p>

<p>เริ่มที่วันศุกร์ เห็นข่าวเกี่ยวกับหนังเรื่อง The Class (Entre les murs) และอยากดูมานานแล้ว เลยถ่อไปดูถึง House RCA พ่วงด้วย The Baader Meinhof Complex อีกเรื่อง เอาให้คุ้ม เพราะการเดินทางไป House นั้น ถ้าไม่นานก็จะแพง (ที่ไปมานี่ค่าเดินทางไปกลับเท่ากับค่าตั๋ว 2 เรื่อง)</p>

<p>ข้างล่างนี่เปิดเผยเนื้อเรื่องของหนังแน่ ๆ แต่คิดว่าไม่ได้ส่งผลต่ออรรถรสในการชมเท่าไรนัก ไม่เหมือนกับสปอยเล่อร์หนังเรื่องอื่น ๆ</p>

<p><img src="http://image.dek-d.com/1/contentimg/mink/Keyart_re.jpg" alt="The Class" /></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หนึ่งในสัจธรรมของโลกนี้ก็คือ หนังดี ๆ มักเข้าฉายช่วงใกล้สอบ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร วันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมาเลยดูหนังไป 3 เรื่อง ได้แก่ The Class, The Baader Meinhof Complex และ The Reader (ทำไมมีแต่เดอะเดอะ)</p>

<p>เริ่มที่วันศุกร์ เห็นข่าวเกี่ยวกับหนังเรื่อง The Class (Entre les murs) และอยากดูมานานแล้ว เลยถ่อไปดูถึง House RCA พ่วงด้วย The Baader Meinhof Complex อีกเรื่อง เอาให้คุ้ม เพราะการเดินทางไป House นั้น ถ้าไม่นานก็จะแพง (ที่ไปมานี่ค่าเดินทางไปกลับเท่ากับค่าตั๋ว 2 เรื่อง)</p>

<p>ข้างล่างนี่เปิดเผยเนื้อเรื่องของหนังแน่ ๆ แต่คิดว่าไม่ได้ส่งผลต่ออรรถรสในการชมเท่าไรนัก ไม่เหมือนกับสปอยเล่อร์หนังเรื่องอื่น ๆ</p>

<p><img src="http://image.dek-d.com/1/contentimg/mink/Keyart_re.jpg" alt="The Class" />
<!--break-->
The Class ซึ่งเป็นหนังตัวแทนจากฝรั่งเศสเพื่อเข้าชิงรางวัลออสก้าร์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ เป็นเรื่องราวของโรงเรียนรัฐบาลชานกรุงปารีส ที่ครูหนุ่มคนหนึ่งต้องคอยจัดการทั้งการให้การศึกษาแก่นักเรียน ความขัดแย้งระหว่างนักเรียน และความขัดแย้งระหว่างนักเรียนกับเขาเอง</p>

<p>ห้องเรียนในหนังนั้นก็เป็นห้องเรียนธรรมดา ๆ มีทั้งเด็กเก่ง เด็กไม่เก่ง เด็กเก็บตัว เด็กเกเร มีตัวละครหลายตัวที่สามารถเป็นตัวแทนของเพื่อน ๆ เราสมัย ม. ต้นได้สบาย ๆ เช่น คนที่เฮฮา ชอบเย้าแหย่เพื่อน คนที่เรียนเก่งที่สุดและไม่ค่อยพูด หรือคนที่ย้ายมาจากโรงเรียนอื่นเพราะความประพฤติไม่เหมาะสม สิ่งที่เพิ่มเข้ามาจากห้องเรียนในประเทศไทยก็คือความหลากหลายทางเชื้อชาติ คือมีทั้งจากยุโรป คือคนฝรั่งเศสเอง จากเอเชีย (ทั้งจีนและอาหรับ) จากอัฟริกา จากแคริบเบี้ยน และพวกฮิสแปนิก ความหลากหลายนี้เองก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น</p>

<p>ครูหนุ่มคนนี้ชื่อฟรองซัวส์ มาแร็ง สอนภาษาฝรั่งเศส เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากหลายอย่างในการพยายามให้การศึกษากับนักเรียน นอกจากปัญหาทั่วไป เช่นความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนบางคนแล้ว การพยายามจับผิดครูก็สร้างความลำบากใจไม่น้อย ดูเหมือนว่าที่ฝรั่งเศส นักเรียนจะรู้สึกไม่ห่างเหินจากครูเท่าไร คือแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาผ่านการโต้เถียง หรือวิจารณ์ ซึ่งมาแร็งก็รับได้และแลกเปลี่ยนกับนักเรียนอย่างมีเหตุผล ในขณะเดียวกัน มาแร็งก็ยังต้องการความเคารพจากนักเรียนอยู่ (ซึ่งผมมองว่าครูต้องการสอนมารยาทในสังคมระหว่างสุภาพชนด้วยกัน ไม่ใช่ความเคารพแบบครู-นักเรียน) เช่น ตักเตือนเมื่อนักเรียนโยนสมุดให้ หรือไม่ยอมให้นักเรียนพูดว่า "ผมไม่ได้พูดกับครู" (เมื่อมาแร็งเข้าไปห้ามนักเรียนที่กำลังด่ากัน - ซึ่งไม่แน่ใจในอารมณ์ของภาษาเหมือนกันว่าประโยคเมื่อกี้นั้นพอแปลเป็นไทยแล้วจะเป็น ผม/ครู, ผม/คุณ, หรือว่า กู/มึง)</p>

<p>ฉากในเรื่องเป็นห้องเรียนของเด็กวัย 14 - 15 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังสับสน คึกคะนอง รวมถึงความสนใจในเพศตรงข้าม (แต่อย่างหลังนี่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในหนัง) สถานการณ์จึงค่อนข้างมันส์ เด็กหลาย ๆ คนพยายามแสดง/ค้นหาความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งบางทีก็นำความลำบากมาสู่การเรียนการสอน สิ่งที่ผมชอบคือ ระดับความอดทนอดกลั้นระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง ประมาณว่า มึงด่ากูกูก็ด่ามึงบ้าง แต่ไม่ได้ลงไม้ลงมือกัน (ซึ่งตรงนี้ผมอาจจะเห็นดีเห็นงามมากเกินไปก็ได้ เพราะไม่แน่ใจในความสนิทสนมกันในห้องเรียนในเรื่อง)</p>

<p>อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรื่องเกิดปมและสถานการณ์ต่าง ๆ คือ ความเป็นมนุษย์ของตัวมาแร็งเอง คือ แม้ว่าจะเป็นพระเอกมาก พยายามให้โอกาสเด็ก แต่ก็มีความอดทนที่จำกัด และยังต้องการเอาตัวรอดจากความผิดพลาดของตนเอง มาแร็งนี่ โดยปกติแล้วอาจถูกมองว่าดีกว่า (คือมีความใส่ใจในนักเรียนมากกว่า) ครูคนอื่น ๆ ในหนังมาก เช่น เด็กคนหนึ่งกำลังจะโดนไล่ออกเพราะมีเรื่องกับตัวเขาเอง เขาก็พยายามคัดค้าน หรือพยายามเขียนความคิดเห็นที่มีต่อนักเรียนลงไปในสมุดพกให้เด็กรู้สึกแย่น้อยที่สุด (แต่เกิดความบังเอิญซึ่งนำไปสู่จุดพลิกผัน และแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของเขาเองในตอนหลัง) ในขณะที่ครูคนอื่น ๆ เห็นว่าการไล่นักเรียนออกเป็นเรื่องปกติและมีความจำเป็นในบางครั้ง</p>

<p>อย่างไรก็ตาม หนังก็เสนอทางเลือกให้เห็นว่า ความหวังดีของมาแร็งนั้นมันใช่สิ่งที่ดีแน่ ๆ น่ะหรือ เช่น มีครูอีกคนที่วิจารณ์การไม่เขียนความคิดเห็นตรง ๆ ลงไปในสมุดพกของเขา ว่าเป็นเพียงความพยายาม "ซื้อ" สังคมที่สงบสุขในชั้นเรียน แทนที่จะชี้จุดด้อยของเด็กตรง ๆ เพื่อให้เด็กพัฒนาตนเอง</p>

<p>ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง ไม่ได้โจมตีการศึกษาหรือว่าโจมตีครูตรง ๆ โดยตอนจบนั้นไม่ได้สรุปไปในทางใดทางหนึ่ง เป็นเพียงห้องเรียนว่าง ๆ ที่มีโต๊ะเก้าอี้ระเกะระกะ ส่วนครูกับนักเรียนเตะบอลอย่างสนุกสนานอยู่ที่ลาน ซึ่งตัวผมเองก็คิดออกมาหลายแบบ ความรู้สึกแรกหลังหนังจบก็คือ รู้สึกว่าการเรียนการสอนของห้องนี้มันค่อนข้างสิ้นหวัง คือ สุดท้ายก็ได้แต่เรียน ๆ มันไปเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรพัฒนาขึ้น ส่วนประเด็นอื่น ๆ ก็มี เช่น ครูก็คน หรือไม่ก็ สุดท้ายมาแร็งก็ต้องยอมรับสภาพ (ช่วยเด็กที่ถูกไล่ออกไว้ไม่ได้) และต้องยอมเอาตัวรอด บางคนที่ไปดูแล้วอาจจะได้ข้อคิดอย่างอื่นก็ได้ เช่น ครูควรจะเปิดกว้างและพยายามเข้าใจเด็กอย่างมาแร็ง ก็แล้วแต่คนจะคิดเอา</p>

<p>ตอนแรกที่นั่งดูนั้น ผมนึกว่ามันเป็นหนังสารคดี เพราะมันสมจริงมาก การพูดจา อารมณ์ แต่มารู้เอาทีหลังว่าเป็นการแสดง ตัวเอก (ครู) ก็เป็นคนแต่งหนังสือที่เป็นต้นฉบับของหนังเอง สรุปว่าหนังดีมาก ๆ สิ่งที่ผมไม่เข้าใจอีกเพียงเล็กน้อยของหนังก็เป็นเพราะผมไม่ใช่คนฝรั่งเศส และฟังภาษาฝรั่งเศสไม่รู้เรื่อง เท่านั้นเอง รีบไปดูกันเดี๋ยวออกเสียก่อน ที่ House RCA</p>

<p>เขียนมาถึงตรงนี้ มองกลับขึ้นไปอ่าน เกิดฟองความคิดขึ้นเหนือหัวว่า <strong>ยาวฉิบ</strong> เลยขอยกอีก 2 เรื่องไปต่อคราวหน้าก็แล้วกัน</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Valkyrie</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/valkyrie" />
    <id>http://tewson.com/content/valkyrie</id>
    <published>2009-02-21T10:43:25+07:00</published>
    <updated>2009-02-21T10:43:25+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ดูเหมือนว่าเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 จะถูกขุดขึ้นมาเล่าขานได้ไม่รู้จบ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะผมรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นมันมีความพิเศษอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ สงครามเนี่ย แต่ชอบบรรยากาศที่ชีวิตดูมีค่าในทุกขณะ รู้สึกว่ามันโรแมนติคมาก เอาเป็นว่าชอบหนังธีมนี้เป็นพิเศษละกัน</p>

<p>เรื่องล่าสุดที่ไปดูมา (เมื่อคืนนี้เอง) คือ <a href="http://www.imdb.com/title/tt0985699">วัลคีรี่ (Valkyrie)</a> นำแสดงโดย ทอม ครูส กำกับโดย ไบรอั้น ซิงเก้อร์ (จาก เดอะ ยูช่วล ซัสเพคท์ และ เอ็กซ์-เม็น)</p>

<p><img src="http://bluemoviereviews.files.wordpress.com/2008/11/valkyrie-poster.jpg" alt="Valkyrie" title="Valkyrie" /></p>

<p>[ข้างล่างนี่ไม่รู้ว่าสปอยล์หรือเปล่า แต่หนังเรื่องนี้ก็สร้างมาจากเรื่องจริงนะ]</p>

<p>ปฏิบัติการวัลคีรี่ หรือ โอเปอราทซิโอน วัลเคือเร่อ (Operation Walküre) เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลอบสังหารฮิทเล่อร์และทำรัฐประหารรัฐบาลนาซีเยอรมัน หรือที่เรียกกันทั่วไป (ทั่วไปที่ไหนฟะ) ว่า แผนลอบสังหารวันที่ 20 กรกฎาคม 1944 หรือ อัทเทนทาท ฟอม ซวานซิก ยูลี่ นอยเซนเฟียร์อุนด์เฟียร์ซิก (Attentat vom 20. Juli 1944) โดยแผนการคร่าว ๆ คือลอบสังหารฮิทเล่อร์ซะ แล้วใส่ความว่าหน่วยเอสเอส หรือ ชูทซ์ชทาฟเฟล (Schutzstaffel) หรือกองกำลังป้องกันฮิทเล่อร์ เป็นผู้ก่อกบฏ เพื่อเรียกใช้ปฏิบัติการวัลคีรี่ ที่จะเป็นการสั่งให้กำลังสำรองออกควบคุมการจลาจล แล้วอาศัยช่วงชุลมุนตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่</p>

<p>หนังนั้นเล่าเรื่องตามประวัติศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา (ซึ่งเรื่องในประวัติศาสตร์ก็น่าตื่นเต้นอย่างกับหนังอยู่แล้ว) ผู้ที่เป็นจักรสำคัญของแผนนี้คือ พันเอกเคล้าส์ ฟอน สท็อฟเฟ่นแบร์ก (แสดงโดยครูส) แต่แผนจะดำเนินการไปอย่างไร ก็ต้องลองไปดูหนังเอง หรือจะหาอ่านจากวิกิพีเดี่ยก็ได้ (ไม่แนะนำให้อ่านประวัติศาสตร์ไปก่อน เดี๋ยวไม่ลุ้น)</p>

<p>พูดถึงตัวหนังบ้าง โดยรวมคิดว่ามันอยู่ในระดับ "ก็ดี" คือไม่เสียดายเงิน แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมากมาย เพราะว่าครึ่งแรกนั้นค่อนข้างน่าเบื่อ เป็นพวกการเล่าปูพื้นแผนการนี้ และฉากซึ้ง ๆ ตามประสาหนังสงคราม (ประมาณว่าจ้องหน้ากันแต่ไม่พูดอะไร มีเยอะมาก) แต่พอเริ่มปฏิบัติการแล้วนี่สิถึงเริ่มมันส์ ลุ้นกันแทบหยุดหายใจ สิ่งที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างคือพวกฉาก ยิ่งใหญ่อลังการมาก (ชอบฉากหน้ากองบัญชาการหน่วยเอสเอสมาก) สิ่งที่น่าเสียดายคือหนังพูดภาษาอังกฤษ คือโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าภาษาเยอรมันฟังดูดุดันกว่า ห้วนกว่า</p>

<p>ส่วนเรื่องนักแสดง ก็เป็นระดับแนวหน้าทั้งนั้น ที่น่าสนใจคือหาคนมาแสดงได้เหมือนตัวจริงเกือบทุกคน (จาก imdb.com : ทอม ครูสสนใจบทนี้หลังจากเห็นว่าสทอฟเฟ่นแบร์กหน้าเหมือนเขาขนาดไหน) ตัวละครอื่น ๆ ก็เช่นกัน หลังดูหนังลองมาดูรูปในวิกิพีเดี่ยนะ มีนักแสดงหลายคนที่เคยแสดงในหนังสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องอื่น ๆ มาก่อนเช่น หนังจากเนเธ่อร์แลนด์เรื่อง ซฟาร์ทบุค (Zwartboek - Black Book) หรือ แดร์ อุนเท่อร์กัง (Der Untergang - The Downfall เรื่องนี้ไม่เคยดู)</p>

<p>สรุปแล้ว ไปดูก็ไม่เสียดายเงิน</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ดูเหมือนว่าเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 จะถูกขุดขึ้นมาเล่าขานได้ไม่รู้จบ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะผมรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นมันมีความพิเศษอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ สงครามเนี่ย แต่ชอบบรรยากาศที่ชีวิตดูมีค่าในทุกขณะ รู้สึกว่ามันโรแมนติคมาก เอาเป็นว่าชอบหนังธีมนี้เป็นพิเศษละกัน</p>

<p>เรื่องล่าสุดที่ไปดูมา (เมื่อคืนนี้เอง) คือ <a href="http://www.imdb.com/title/tt0985699">วัลคีรี่ (Valkyrie)</a> นำแสดงโดย ทอม ครูส กำกับโดย ไบรอั้น ซิงเก้อร์ (จาก เดอะ ยูช่วล ซัสเพคท์ และ เอ็กซ์-เม็น)</p>

<p><img src="http://bluemoviereviews.files.wordpress.com/2008/11/valkyrie-poster.jpg" alt="Valkyrie" title="Valkyrie" /></p>

<p>[ข้างล่างนี่ไม่รู้ว่าสปอยล์หรือเปล่า แต่หนังเรื่องนี้ก็สร้างมาจากเรื่องจริงนะ]</p>

<p>ปฏิบัติการวัลคีรี่ หรือ โอเปอราทซิโอน วัลเคือเร่อ (Operation Walküre) เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลอบสังหารฮิทเล่อร์และทำรัฐประหารรัฐบาลนาซีเยอรมัน หรือที่เรียกกันทั่วไป (ทั่วไปที่ไหนฟะ) ว่า แผนลอบสังหารวันที่ 20 กรกฎาคม 1944 หรือ อัทเทนทาท ฟอม ซวานซิก ยูลี่ นอยเซนเฟียร์อุนด์เฟียร์ซิก (Attentat vom 20. Juli 1944) โดยแผนการคร่าว ๆ คือลอบสังหารฮิทเล่อร์ซะ แล้วใส่ความว่าหน่วยเอสเอส หรือ ชูทซ์ชทาฟเฟล (Schutzstaffel) หรือกองกำลังป้องกันฮิทเล่อร์ เป็นผู้ก่อกบฏ เพื่อเรียกใช้ปฏิบัติการวัลคีรี่ ที่จะเป็นการสั่งให้กำลังสำรองออกควบคุมการจลาจล แล้วอาศัยช่วงชุลมุนตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่</p>

<p>หนังนั้นเล่าเรื่องตามประวัติศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา (ซึ่งเรื่องในประวัติศาสตร์ก็น่าตื่นเต้นอย่างกับหนังอยู่แล้ว) ผู้ที่เป็นจักรสำคัญของแผนนี้คือ พันเอกเคล้าส์ ฟอน สท็อฟเฟ่นแบร์ก (แสดงโดยครูส) แต่แผนจะดำเนินการไปอย่างไร ก็ต้องลองไปดูหนังเอง หรือจะหาอ่านจากวิกิพีเดี่ยก็ได้ (ไม่แนะนำให้อ่านประวัติศาสตร์ไปก่อน เดี๋ยวไม่ลุ้น)</p>

<p>พูดถึงตัวหนังบ้าง โดยรวมคิดว่ามันอยู่ในระดับ "ก็ดี" คือไม่เสียดายเงิน แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมากมาย เพราะว่าครึ่งแรกนั้นค่อนข้างน่าเบื่อ เป็นพวกการเล่าปูพื้นแผนการนี้ และฉากซึ้ง ๆ ตามประสาหนังสงคราม (ประมาณว่าจ้องหน้ากันแต่ไม่พูดอะไร มีเยอะมาก) แต่พอเริ่มปฏิบัติการแล้วนี่สิถึงเริ่มมันส์ ลุ้นกันแทบหยุดหายใจ สิ่งที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างคือพวกฉาก ยิ่งใหญ่อลังการมาก (ชอบฉากหน้ากองบัญชาการหน่วยเอสเอสมาก) สิ่งที่น่าเสียดายคือหนังพูดภาษาอังกฤษ คือโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าภาษาเยอรมันฟังดูดุดันกว่า ห้วนกว่า</p>

<p>ส่วนเรื่องนักแสดง ก็เป็นระดับแนวหน้าทั้งนั้น ที่น่าสนใจคือหาคนมาแสดงได้เหมือนตัวจริงเกือบทุกคน (จาก imdb.com : ทอม ครูสสนใจบทนี้หลังจากเห็นว่าสทอฟเฟ่นแบร์กหน้าเหมือนเขาขนาดไหน) ตัวละครอื่น ๆ ก็เช่นกัน หลังดูหนังลองมาดูรูปในวิกิพีเดี่ยนะ มีนักแสดงหลายคนที่เคยแสดงในหนังสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องอื่น ๆ มาก่อนเช่น หนังจากเนเธ่อร์แลนด์เรื่อง ซฟาร์ทบุค (Zwartboek - Black Book) หรือ แดร์ อุนเท่อร์กัง (Der Untergang - The Downfall เรื่องนี้ไม่เคยดู)</p>

<p>สรุปแล้ว ไปดูก็ไม่เสียดายเงิน</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>20th Century Boys the Movie</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/20th-century-boys-movie" />
    <id>http://tewson.com/content/20th-century-boys-movie</id>
    <published>2008-11-19T00:59:53+07:00</published>
    <updated>2008-11-19T00:59:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เพิ่งกลับมาจากดู 20th Century Boys ฉบับภาพยนตร์ ที่เมเจอร์รัชโยธิน ตะกี้นี่เอง</p>
<p><img src="http://bp2.blogger.com/_Ia8tECPalsg/SHYaoFw6hkI/AAAAAAAACHY/8Tou9UynHLc/s400/20th_century_boys_poster.JPG" /></p>
<p>บอกได้ว่า <strong>โคตรประทับใจ</strong> ครับ คือตั้งแต่เห็นโปสเต้อร์ แหมทำไมหาคนแสดงมาได้เหมือนจังวะ พอดูในหนังนี่ยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่ ทั้งตัวละครตอนเด็กและผู้ใหญ่ อย่างกับหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูน</p>
<p>สำหรับเนื้อเรื่อง ฉบับภาพยนตร์ผมว่าทำได้เข้าใจง่ายดีครับ ในการ์ตูนจะตัดไปตัดมาบ่อย ๆ แต่ในหนังนี่จะเน้นที่ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 มีนึกย้อนไปอดีตแบบแว้บ ๆ บ้าง</p>
<p>ฉากต่าง ๆ ในหนัง เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนเลยทีเดียว บางฉากก็เติมเต็มจินตนาการผมได้อย่างดีเยี่ยม เช่นตอนจบ โคตรเจ๋ง</p>
<p>บางตอนของหนังทำอารมณ์ได้ดีมาก แต่บางครั้งความเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ทำให้ผมไม่ซึ้งแฮะ คือบางทีมันฟังดูโวยวายไปหน่อย และอีกอย่างก็คือ บางตอน<strong>จะเอาฮากันถึงไหนครับ</strong> อารมณ์กำลังขรึม ๆ เครียด ๆ ขำก๊ากเลย</p>
<p>สรุป</p>
<ul>
<li><strong>สำหรับแฟนการ์ตูน</strong> : ต้องดูครับ ฉากต่าง ๆ ทำออกมาได้เยี่ยม คนละอารมณ์กับในการ์ตูน (จะเบากว่า) แต่สนุกมากครับ พวกเพลงประกอบทำดีมาก</li>
<li><strong>สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน</strong> : ผมถามเพื่อนที่ไม่เคยอ่าน เขาก็บอกว่าดูเข้าใจ และสนุก เลยแนะนำว่าเป็นหนังทริลเลอร์ที่ไม่น่าพลาดอีกเรื่องหนึ่ง หรือถ้ารีบไปหามาอ่านตอนนี้ก็ไม่สายนะ 22 เล่มจบ สองวันก็อ่านจบแล้ว</li>
</ul>
<p>สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณมาก สำหรับ <a href="http://kapook.com">kapook.com</a> สำหรับตั๋วหนังและเสื้อยืด โดยเฉพาะคุณ <a href="http://twitter.com/iwhale">@iwhale</a> และคุณ <a href="http://twitter.com/oaddybeing">@oaddybeing</a> ครับ วันนี้ยอดเยี่ยมมาก ๆ ครับ</p>
<p>อย่าลืมไปดูกันนะครับ เข้าโรงทั่วไปวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ไปดูแล้ว...</p>
<p><strong>"มาเล่นกันเถอะ"</strong></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เพิ่งกลับมาจากดู 20th Century Boys ฉบับภาพยนตร์ ที่เมเจอร์รัชโยธิน ตะกี้นี่เอง</p>
<p><img src="http://bp2.blogger.com/_Ia8tECPalsg/SHYaoFw6hkI/AAAAAAAACHY/8Tou9UynHLc/s400/20th_century_boys_poster.JPG" /></p>
<p>บอกได้ว่า <strong>โคตรประทับใจ</strong> ครับ คือตั้งแต่เห็นโปสเต้อร์ แหมทำไมหาคนแสดงมาได้เหมือนจังวะ พอดูในหนังนี่ยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่ ทั้งตัวละครตอนเด็กและผู้ใหญ่ อย่างกับหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูน</p>
<p>สำหรับเนื้อเรื่อง ฉบับภาพยนตร์ผมว่าทำได้เข้าใจง่ายดีครับ ในการ์ตูนจะตัดไปตัดมาบ่อย ๆ แต่ในหนังนี่จะเน้นที่ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 มีนึกย้อนไปอดีตแบบแว้บ ๆ บ้าง</p>
<p>ฉากต่าง ๆ ในหนัง เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนเลยทีเดียว บางฉากก็เติมเต็มจินตนาการผมได้อย่างดีเยี่ยม เช่นตอนจบ โคตรเจ๋ง</p>
<p>บางตอนของหนังทำอารมณ์ได้ดีมาก แต่บางครั้งความเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ทำให้ผมไม่ซึ้งแฮะ คือบางทีมันฟังดูโวยวายไปหน่อย และอีกอย่างก็คือ บางตอน<strong>จะเอาฮากันถึงไหนครับ</strong> อารมณ์กำลังขรึม ๆ เครียด ๆ ขำก๊ากเลย</p>
<p>สรุป</p>
<ul>
<li><strong>สำหรับแฟนการ์ตูน</strong> : ต้องดูครับ ฉากต่าง ๆ ทำออกมาได้เยี่ยม คนละอารมณ์กับในการ์ตูน (จะเบากว่า) แต่สนุกมากครับ พวกเพลงประกอบทำดีมาก</li>
<li><strong>สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน</strong> : ผมถามเพื่อนที่ไม่เคยอ่าน เขาก็บอกว่าดูเข้าใจ และสนุก เลยแนะนำว่าเป็นหนังทริลเลอร์ที่ไม่น่าพลาดอีกเรื่องหนึ่ง หรือถ้ารีบไปหามาอ่านตอนนี้ก็ไม่สายนะ 22 เล่มจบ สองวันก็อ่านจบแล้ว</li>
</ul>
<p>สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณมาก สำหรับ <a href="http://kapook.com">kapook.com</a> สำหรับตั๋วหนังและเสื้อยืด โดยเฉพาะคุณ <a href="http://twitter.com/iwhale">@iwhale</a> และคุณ <a href="http://twitter.com/oaddybeing">@oaddybeing</a> ครับ วันนี้ยอดเยี่ยมมาก ๆ ครับ</p>
<p>อย่าลืมไปดูกันนะครับ เข้าโรงทั่วไปวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ไปดูแล้ว...</p>
<p><strong>"มาเล่นกันเถอะ"</strong></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Beautiful Women Are Invisible</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://tewson.com/content/beautiful-women-are-invisible" />
    <id>http://tewson.com/content/beautiful-women-are-invisible</id>
    <published>2008-10-31T23:21:59+07:00</published>
    <updated>2008-10-31T23:21:59+07:00</updated>
    <author>
      <name>tewson</name>
    </author>
    <category term="film" />
    <category term="quote" />
    <category term="sense" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p><cite>"Beautiful women are invisible; we're so dazzled by the outside that we never make it inside."</cite> - <a href="http://www.imdb.com/title/tt0974554/quotes">Elegy (2008)</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p><cite>"Beautiful women are invisible; we're so dazzled by the outside that we never make it inside."</cite> - <a href="http://www.imdb.com/title/tt0974554/quotes">Elegy (2008)</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
