Disbeliever

I was uncool before uncool was cool.

Primary links

  • home
  • about

Recent Posts

  • บทเพลงแห่งความรักและภักดีต่อประเทศชาติ
  • มติชนออนไลน์ ลอก Siam Intelligence Unit?
  • การใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมช่วยการสืบสวนสอบสวน: ตัวอย่างจากสหรัฐฯ
  • พระเจ้าปายาสิผู้ไม่เชื่อในโลกหน้า
  • แค่ชายตามอง

Tags in Tags

announcement bangkok film lecture life poetry politics tcdc tech thought travel university
more tags

Stay Tuned

Subscribe

tech

การใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมช่วยการสืบสวนสอบสวน: ตัวอย่างจากสหรัฐฯ

Submitted by tewson on Wed, 11/08/2010 - 06:59
  • government
  • intellect
  • internet
  • privacy
  • tech

ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเราอาจจะได้เห็นความพยายามในการใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคม (Social Network) จากฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐมาบ้างพอสมควร ที่พบได้ทั่วไปคือการใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ ตัวอย่างเด่น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นทั้งหน้าเฟซบุคและทวิตเตอร์ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือหน้าเฟซบุคของกระทรวงต่าง ๆ

และด้วยความ "ตื่นตัว" ในการพยายามควบคุมข้อมูลออนไลน์ที่อาจถูกตีความว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เว็บไซต์เครือข่ายสังคมก็ถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้สื่อสารกับประชาชนให้ช่วย "เป็นหูเป็นตา" คอยช่วยแจ้งถึงแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับรัฐบาล ซึ่งด้วยระยะแค่ไม่กี่ก้าวคลิก เราคงเห็นได้ชัดว่าวิธีนี้สะดวกสบายและรวดเร็วกว่าการตั้ง "สายด่วน" รับแจ้งเหตุทางโทรศัพท์เหมือนในสมัยก่อนเป็นไหน ๆ

แต่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารแล้ว ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะหลังไม่ว่าจะเป็นเพราะเรื่องการเมืองหรือไม่ เว็บไซต์เครือข่ายสังคมเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ (หรือใครก็ตาม) ที่สามารถสืบค้นข้อมูลตั้งแต่ความสัมพันธ์ ความสนใจร่วมกันระหว่างผู้ใช้กลุ่มหนึ่ง ๆ ไปจนถึงรายละเอียดที่สามารถใช้ระบุตัวตนได้ ในกรณีที่ผู้ใช้ขาดความระมัดระวังในการควบคุมความเป็นส่วนตัว

อิเล็กทรอนิกส์ ฟรอนเทียร์ ฟาวเดชัน (Electronics Frontier Foundation - EFF) องค์กรรณรงค์ด้านเสรีภาพบนอินเทอร์เน็ตจากสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่เอกสารหลายฉบับจากหน่วยงานรัฐในสหรัฐอเมริกา เช่น สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกระทรวงการยุติธรรม ที่ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุคและมายสเปซ มาช่วยในการสืบสวนสอบสวน ด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งที่ชอบด้วยกฎหมายและอาจถูกตั้งคำถามได้

จากการศึกษาโดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่สืบสวนทางอินเทอร์เน็ตสามารถระบุข้อมูลที่ "น่าสังเกต" หรือข้อมูลที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น หลักฐานการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเกณฑ์อายุ หรือแนวคิดทางการเมืองที่สุดโต่ง จากคนจำนวนถึง 53% ของกลุ่มตัวอย่าง 349 คน ด้วยเพียงค้นหาจากชื่อ ที่อยู่ วันเกิด และเลขประกันสังคมเท่านั้น

หรือแค่เพียงจากข้อมูลในมายสเปซที่ถูกตั้งค่าให้เปิดเผยสู่สาธารณะ เจ้าหน้าที่สามารถพบข้อมูลที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายจากผู้ใช้ถึง 48% ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ส่วนมากถูกพบในกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 18 - 24 ปี

สำหรับเครือข่าย หรือความสัมพันธ์กันระหว่างผู้ใช้ มีเอกสารที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกาสามารถระบุที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยจากเพื่อน ๆ ในเครือข่าย และหน่วยปราบปรามฯ ยังมีการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการสร้างแผนผังความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้มายสเปซและยูทูบ เพื่อระบุกลุ่มคนที่น่าจับตามอง

ในรายงานยังระบุถึงการใช้ซอฟต์แวร์ที่อาศัยช่องโหว่ของระบบในการดูภาพส่วนตัวของผู้ใช้มายสเปซ ซึ่งเป็นข้อกังขาว่าอาจเป็นการละเมิดข้อตกลงการใช้งาน คำถามนี้ได้รับการยืนยันจากบันทึกภายในกระทรวงยุติธรรม ที่มีการตั้งคณะกรรมการเชิงนโยบายเพื่อตรวจสอบการใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคมของหน่วยต่าง ๆ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อตกลงการใช้งาน หรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยเจ้าหน้าที่

นอกจากการดึงข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์หรือการค้นหาทั่วไปแล้ว มีรายงานจากสำนักงานสอบสวนกลางหรือ FBI ที่เอ่ยถึงการสร้างบัญชีผู้ใช้ทั่วไปโดยเจ้าหน้าที่ เพื่อแทรกซึมไปหาข้อมูลในเครือข่าย และในนโยบายการใช้อินเทอร์เน็ตของหน่วยสืบราชการลับ มีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ไม่ทิ้ง "ร่องรอยอิเล็กทรอนิกส์" และใช้ "บัญชีผู้ใช้นิรนามจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต"

จากตัวอย่างข้างต้น เราคงจะจินตนาการได้ไม่ยากถึงความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยจะมีความพยายามที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งแม้ว่าเราจะไม่ได้กระทำความผิด เราก็ควรจะมีความเข้าใจในการปกป้องข้อมูลที่ตั้งใจให้เป็นส่วนตัว เราอาจจะเริ่มต้นอย่างง่าย ๆ ด้วยการตรวจสอบค่าความเป็นส่วนตัวในเฟซบุคให้เป็นแบบที่เราต้องการ สำหรับเทคนิคอื่น ๆ ในการรักษาความเป็นส่วนตัวนั้น ผู้เขียนจะทยอยนำมาเผยแพร่ต่อไป

ผู้อ่านสามารถค้นหาเอกสารที่ถูกอ้างถึงได้จากข่าวของ EFF หรือหน้าพิเศษสำหรับติดตามการเฝ้าระวังเว็บไซต์เครือข่ายสังคมโดย EFF เช่นกัน

  • Add new comment

Faulty Barcode Detection

Submitted by tewson on Sat, 19/09/2009 - 18:43
  • image processing
  • intellect
  • programming
  • project
  • tech

อันนี้เป็นโครงงานเล็ก ๆ จากวิชา Computer Vision หัวข้อคือ ทำไงก็ได้ให้คอมมันรู้ได้ว่าภาพบาร์โค้ดมันสกปรก มีภาพตัวอย่างมาให้ด้วย

  • 7 comments
  • Read more

Mobile Activism

Submitted by tewson on Thu, 10/09/2009 - 01:28
  • activism
  • intellect
  • mobile phone
  • tech
  • thought

ช่วงนี้ผมกำลังสนใจเป็นพิเศษในการอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (หลังจากนี้ขอเรียกย่อ ๆ ว่ามือถือ) ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข หรือการเมือง

เคยอ่านบทความ เขาบอกว่า คนในพื้นที่ที่พัฒนาแล้วจะรับรู้ข่าวสารผ่านสามจอ คือ คอมพิวเต้อร์ โทรทัศน์ และมือถือ พวกที่ห่างไกลออกมาหน่อยก็สองจอ (ตัดคอมพิวเต้อร์ออก) และที่ห่างไกลที่สุดก็เหลือจอเดียว คือมือถือ

ในประเทศกาน่า จำนวนคนใช้มือถือมีมากถึง 39 ใน 40 ของคนที่มีโทรศัพท์ทั้งหมด ในประเทศแทนซาเนีย ประชาชนร้อยละ 97 สามารถหามือถือใช้ได้ (อาจจะของเพื่อน ของญาติ) ความ "เข้าถึง" ของมือถือที่มากขนาดนี้ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะการเดินสายโทรศัพท์บ้านนั้นต้นทุนสูงกว่ามาก และความ "เข้าถึง" ของมือถือนี้เอง (แม้ว่าจะเป็นรุ่นห่วย ๆ ก็ตาม) เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีประโยชน์มากในการรณรงค์ หรือทำกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ

หมัดเด็ดของมือถือก็คือ มันใช้แทนอินเทอร์เน็ตได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึงแล้ว มือถือนี่โคตรสำคัญในการเป็นตัวกลางไปหาอินเทอร์เน็ต หรือไปหาโลกนั่นเอง

ผมเคยเขียนถึงเรื่องระบบสืบค้นข้อมูลผ่าน SMS ในประเทศอูกันด้า (หรือว่ามันอ่านว่า ยูกันด้า ฟะ) ไปแล้วหนหนึ่ง เพิ่งไปเจอ Question Box ที่เจ๋งพอกันอยู่ในประเทศอินเดีย หลักการก็ง่าย ๆ คือ เอามือถือใส่กล่องที่ติดแผงโซล่าร์เซลล์ ไปตั้งไว้ ที่กล่องก็จะมีปุ่มกดให้พูด เมื่อกดแล้วมันก็จะต่อสายไปหาเจ้าหน้าที่ ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แล้วอยากจะถามอะไรก็ถาม ความเท่มันอยู่ที่ว่า กล่องนี้ติดตั้งง่ายมาก ขอแค่มีแสงอาทิตย์ก็ไม่ต้องทำอะไรอีก แค่นี้ก็สามารถกระจายโอกาสในการ "เข้าถึงข้อมูล" ไปได้มาก (และแน่นอน กลุ่มที่ทำ Question Box นี้ก็ให้บริการถามตอบทาง SMS ด้วย)

ยุคนี้แล้วมือถือที่รับส่ง SMS ได้ก็น่าจะมีราคาถูกพอที่ใคร ๆ ก็ซื้อได้แล้ว นี่เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะเรายังสามารถใช้ประโยชน์จาก SMS ได้เยอะ ข้อมูลมันก็จัดการง่าย เพราะเป็นแค่ข้อความ มีซอฟท์แวร์หลายตัวที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นระบบรวบรวม SMS คือนึกภาพว่าเราตั้งกลุ่มเฉพาะกิจขึ้นมา คนกลางมีแค่แล็พท็อพเครื่องนึงที่ติดตั้งซอฟท์แวร์นี้ และเชื่อมต่อกับมือถือเครื่องนึง คนที่เหลือที่มีมือถือก็สามารถส่ง SMS มาหาคนกลาง เพื่อรายงาน/เก็บข้อมูล/สำรวจอะไรบางอย่าง เช่น ติดตามการทุจริตในการเลือกตั้ง รายงานภัยพิบัติ อะไรพวกนี้ ข้อความทั้งหมดก็จะถูกเก็บลงแล็พท็อพเอาไว้วิเคราะห์ต่อไป หรือจะส่งต่อไปกระจายเก็บไว้หลาย ๆ ที่ หรือส่งต่อไปสู่อินเทอร์เน็ตก็ย่อมได้ ตัวอย่างของซอฟท์แวร์ประเภทนี้ก็คือ FrontlineSMS หรือ SlingshotSMS

ในประเทศปากีสถาน มือถือแทบทุกเครื่องสามารถรับคลื่นวิทยุได้ และคนก็นิยมฟังวิทยุ ทำให้การกระจายข่าวสารเกี่ยวกับเหตุรุนแรงเป็นไปได้โดยง่าย

นอกจากของ "โลวเทค" อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ของ "ไฮเทค" ใหม่ ๆ อย่างพวก บริการตามพื้นที่ (ติดตามจาก GPS) หรือ Augmented Reality (ลองดู Layar ได้) ก็ยิ่งช่วยเรื่องพวกนี้ได้อย่างพิสดารพันลึก

ถ้าสนใจเรื่องพรรค์นี้ ขอแนะนำให้อ่านเว็บเหล่านี้

  • Mobile Phones and Social Activism
  • MobileActive.org
  • Development Seed
  • Appfrica

หรือถ้าใครมีแหล่งอื่น ๆ ก็มาแบ่งกันอ่านนะครับ

  • 2 comments
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • next ›
  • last »

Recent comments

  • เพิ่งรู้วิธีนี้ครับ
    2 days 10 hours ago
  • เอ่ออออ
    3 days 52 min ago
  • หง่ะ ซะงั้น - -
    3 days 9 hours ago
  • สมทบทุนมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
    3 days 10 hours ago
  • ข้อตกลงของชมรมผู้ผลิตข่าวออนไ
    5 days 7 hours ago
more

RoopleTheme

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand License.