ของเก่า : Pecha Kucha Night Bangkok #4 @TCDC ตอน 2

จากบล็อกเก่าเด้อ ตอนก่อนหน้า

กลับมาต่อกับผู้นำเสนองานที่เหลือสำหรับงาน Pecha Kucha Bangkok #4 @TCDC 11. พลอย มัลลิกะมาส - Pantone กรุงเทพ

อย่าหาว่าไม่รักบ้านเกิดนะ คือผมชอบเดินในกรุงเทพฯครับ ชอบคนเยอะ ๆ คือมันเพลินดีเวลาดูคนใช้ชีวิต บางทีมันโคตรจะแตกต่างกันเลยในฉากเดียวกัน คือถ้าเป็นต่างจังหวัด สิ่งแวดล้อมมันยังดูเป็นโทนเดียวกัน แต่ในกรุงเทพฯนี่มันหลากหลายดีมากเลย คุณพลอยก็ชอบเดินเที่ยวกรุงเทพฯ ครับ โดยเฉพาะแถบเมืองเก่า เธอคิดว่าแต่ละบริเวณของกรุงเทพฯเนี่ยมีสีสันแตกต่างกัน เธอจึงสื่อออกมาด้วยภาพ วิธีที่ใช้คือตัดแปะ (collage) โดยมีรูปแมวเป็นตัวละครหลัก เหตุผลคือแมวมันสายตาดีหรืออย่างไรจำไม่ได้ เนื่องจากไม่มีรูปให้ดูก็อยากให้ลองคิดตามว่าคุณเห็นเหมือนคุณพลอยหรือเปล่า เช่น พาหุรัดนี่หลากสี วังหลังเป็น earth tone เทเวศร์เป็นสีเขียว สีธรรมชาติ แพร่งภูธรเป็นสีตุ่น ๆ

12. ปฐวี วิรานุวัตร - First Impression, Last Obsession

อันนี้ได้อารมณ์มาก การนำเสนอของคุณปฐวีเป็นสิ่งที่ใครหลายคน(รวมถึงผม)คงจะเคยแอบนั่งคิดคนเดียวบ่อย ๆ

คุณปฐวีเอารูปถ่ายเพื่อน ๆ ของเขามาแสดงให้ดู ความพิเศษของมันก็คือคนในแต่ละรูปนั้น เขาเคยมีความใกล้ชิด แต่ก็มีเหตุผลหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ต้องจากกัน และเขาก็ติดต่อไม่ได้ และไม่ทราบว่าจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า คนในรูปส่วนมากเป็นเพื่อน บางคนก็เป็นพี่น้อง อาจารย์ มีผู้หญิงที่ผมเข้าใจว่าเป็นแฟนเก่า (คุณปฐวีบอกว่าตอนนี้เธอมีลูกแล้ว) ดูแล้วก็นั่งคิดถึงเพื่อนสมัยประถม ที่หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็มักจะรวมตัวกันตอนปิดเทอมหน้าร้อน แต่ผมเองไม่เคยไปร่วมงานสักที เพื่อนผมบางคนมีลูกแล้วด้วย ก็แล้วแต่วิถีชีวิตของแต่ละคน คิดถึงเพื่อนสมัยมัธยมต้นด้วย คิดถึงเพื่อนที่ตายไปแล้ว คุณมีเพื่อนที่ตายจากกันไปแล้วบ้างหรือเปล่า มันเป็นความรู้สึกเศร้าที่ประหลาดดี คนรู้จักที่วัยใกล้ ๆ กันตายนี่มันไม่เหมือนกับคนสูงอายุตายแฮะ

13. รุจิรา ส่วงสิทธิโชติ - การหยดเทียนลงน้ำจะปรากฏเป็นตัวเลขทุกครั้งไปจริงหรือ…

มันเป็นการทดลองของคุณรุจิรา เธอลองกับตัวแปรต่าง ๆ มากมาย ทั้งจำนวนเทียน เวลาที่รอ สีของเทียน หรือแม้แต่ลองสวดระหว่างหยด! ผลที่ได้ก็มีความหลากหลายมาก บ้างก็คล้ายตัวเลข บ้างก็คล้ายตัวอักษร

หยดแล้วไม่หยดเปล่า เธอนำภาพที่ถ่ายมาทำเป็นลวดลาย แล้วเก็บในหนังสือ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลหนังสือไว้แฮะ

14. บูรพา พรมมูลและ สุชน พงษ์โสภิตศิลป - Cheongna City Tower@Incheon , Korea (International idea Competition) Award: 3rd Prize Winner

สองท่านนี้เป็นคนไทยที่สร้างชื่อเสียงในการคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (ที่ 3 นั่นเอง) ในการประกวดการออกแบบตึกของประเทศเกาหลีใต้ ความคิดของพวกเขาคืออยากให้ตึกนี้มองดูไม่เหมือนเดิมในทุกมุม จึงเริ่มจากนำสามเหลี่ยมมาบิด แล้วมาประกอบกันเป็นตึก แล้วนำดอก Mugunghwa (ดอกไม้ประจำชาติเกาหลีใต้) มาทำเป็นลายสกรีนปิดกันแดดในตึก

15. ทวีศักดิ์ ศรีทองดี - 90 ช่วงสุดท้ายแห่งเวลา..ก่อนการเดินทางกลับบ้าน

การนำเสนอของคุณทวีศักดิ์เป็นการเล่าเรื่องประกอบภาพ ไม่ใช่ภาพถ่ายธรรมดา แต่เป็นภาพถ่ายที่เขานำไปตกแต่ง ทั้งด้วยคอมพิวเตอร์และด้วยภาพวาดของเขาเอง

มาถึงวันนี้ก็จำเนื้อเรื่องได้เพียงเลือนลางเสียแล้ว คุ้น ๆ ว่าตัวเอกของเรื่องฝันเห็นเลข 90 แล้วก็ตื่นมานั่งหิว คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย มีฉากที่นั่งบนพรมแล้วบินไปทะเล? มีฉากเผลอเหยียบเท้าที่มีหกนิ้วของสาวคนหนึ่งแล้ววิ่งหนีลงทะเล?? จำได้ว่าตอนจบนั้นตัวเอกเพิ่งเข้าใจว่า ไอ้ 90 นั้นแท้จริงคือคำว่า go คือให้ชีวิตมันได้ก้าวต่อไปข้างหน้าเสียที

16. ปรารถนา จริยวิลาศกุล - Let them see love เมื่อคนตาบอดมองเห็นความรัก

เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา บริเวณห้างลิโด้มีการจัดแสดงผลงานการปั้นที่บ้างก็เป็นรูปจระเข้ รูปตุ๊กตาควาย รูปเหมือนคนที่บิดเบี้ยวบ้าง ดูไม่สวยเหมือนงานที่จัดแสดงตามที่ต่าง ๆ แต่ความพิเศษคือ คนที่ปั้นงานเหล่านั้น เขามองไม่เห็นเหมือนพวกเรา

เมื่อเริ่มการนำเสนอ คุณบี๋ ปรารถนา ได้ให้ผู้ชมทุกคนหลับตา นึกถึงคน/สิ่งที่ตนรักที่สุด พอลืมตา เธอถามว่าคนตาบอดมีโอกาสนึกภาพอย่างนั้นออกหรือเปล่า โหยมันจี๊ดใจ งาน Let Them See Love ถูกจัดขึ้นเพื่อรณรงค์การบริจาคอวัยวะ โดยเฉพาะดวงตา เพื่อให้คนตาบอดได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง

ผลงานชิ้นต่าง ๆ ดูเผิน ๆ อาจจะไม่มีอะไร แต่ลองฟัง(อ่าน)เบื้องหลังของบางงานนะครับ

"...คุณนก พยายามปั้นใบหน้าของน้องเนย ลูกสาวสุดที่รัก เป็นใบหน้าที่เธอลูบคลำด้วยความรักทุก ๆ คืน..."

"...เมื่อให้เริ่มปั้น คู่แฝด น้องแท็กและน้องทีม ก็ปั้นสัตว์และของเล่นมากมายหลายชิ้น เมื่อถาม พวกเขาก็บอกว่าปั้นเยอะเพราะสิ่งที่อยากมองเห็นมีจำนวนมากเหลือเกิน..."

ลองอ่านเพิ่มได้ที่นี่ครับ http://www.kosanathai.com/event/view.asp?GID=11&ID=140

17. พชร ไชยเรื่องกิตติ - เก็บเหน่อ

สำเนียงสุพรรณ เป็นสำเนียงที่มีเอกลักษณ์ ในอดีตเป็นสำเนียงในรั้วในวัง คุณพชรคิดวิธีที่จะเก็บรักษาสำเนียงเหน่อ (เหน้อ) นี้ไว้ด้วยการเขียน เขาจึงแยกแต่ละพยางค์ในสำเนียงออกเป็นสองเสียงติดกัน เช่น หมา ในสำเนียงเหน่อแยกเป็น ม้า-อ๋า

เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเขียนแยกเสียง เขาจึงสร้างวรรณยุกต์ใหม่เพิ่มขึ้นมา เพื่อบอกว่าเป็นสองเสียง มีหน้าตาคล้ายวรรณยุกต์เดิม เช่นอย่างคำว่าหมาเมื่อสักครู่ ก็มีวรรณยุกต์ที่หน้าตาเหมือนไม้โท แล้วมีขีดตัดลงมาเหมือนไม้จัตวาติดอยู่ที่หาง อะไรทำนองนี้

18. ญารินดา บุนนาค และ วิล ภเธรา - ”And, and, and” A concept narrative of three recent architectural works

คุณณารินดากับเพื่อนมานำเสนอการออกแบบบางอย่างที่เคยทำจริงมา เช่น การนำไม้อัดมาซ้อน ๆ กันแบบ เส้นชันความสูง (contour) จนเป็นห้อง ๆ หนึ่ง การทำให้การตกแต่งภายในสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดโดยการปักหมุดเหล็กเป็นตาราง (grid) ไว้บนฝาผนัง จากนั้นทำกล่องขนาดต่าง ๆ กัน (ให้มีความกว้างยาวเป็น 1 เท่า หรือหลายเท่าของระยะห่างระหว่างหมุดเหล็ก) เพื่อที่จะสามารถนำมาแขวนบนตารางหมุด และวางของได้ด้วย (เธอบอกว่าเพื่อนเธอที่เป็นเจ้าของร้านที่ตกแต่งอย่างนี้ ชอบความคิดนี้มากและเปลี่ยนการตกแต่งของร้านทุก ๆ 3 วัน) หรือการออกแบบบ้านในบริเวณที่มีหินก้อนโตอยู่จำนวนมาก ก็สร้างให้บ้านล้อมหิน เหมือนจับหินเป็นตัวประกัน กลายเป็นเครื่องตกแต่งอย่างหนึ่งไปเลย

19. ศุภฤกษ์ หวังศิลปคุณ - ก่อนจะมาเป็นงาน…

คุณศุภฤกษ์เป็นคนทำโฆษณา เขามาเล่าถึงการทำโฆษณาของเขา ที่ไม่เหมือนกับคนทำโฆษณาอื่น ๆ คือเขา "ลอง" เป็นลูกค้าเองทุกครั้ง เช่น โฆษณาการชนไก่ เขาก็ซื้อไก่ชนมาเลี้ยงหลายตัว (จำตัวอย่างอื่นไม่ได้เสียแล้ว น่าเสียดายจังแฮะ) เหมือนกับหลักการ eat your own dogfood หรือเปล่าหว่า

20. พันธ์ศิริ สิริเวชชะพันธ์ - Beautiful place to get lost

เอ่อ ผมจำการนำเสนอของท่านนี้ไม่ได้แล้ว ใครก็ได้ช่วยเล่าหน่อยครับ

จบทั้ง 20 ท่านไปด้วยความแน่น คือรู้สึกว่าได้รับข้อมูลเข้าไปเยอะมาก ๆ จนต้องนั่งเฉย ๆ สักพักเลยทีเดียว นี่ถ้าไม่จดลงกระดาษมาต้องลืมเยอะแน่ ๆ

หลังจากจบการนำเสนอก็ไปเดินดูในห้องสมุด TCDC (วันนั้นคนที่มางานเข้าฟรี) เข้าไปแล้วแบบว่า "โอ้บร๊ะเจ้า" มันเจ๋งมาก ๆ ทั้งหนังสือ ชั้นหนังสือ การตกแต่ง อุปกรณ์ สาว ๆ (เอ้อ อย่างหลังไม่ค่อยเกี่ยว) น่าจะเป็นสวรรค์ของเหล่านักออกแบบ (Julie บอกว่า "I wanna be in here forever") ดีใจที่ประเทศไทยมีสถานที่แบบนี้ ไว้มีงานจะไปอีก

อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=1385

Comments