พระเจ้าปายาสิผู้ไม่เชื่อในโลกหน้า

คลิกโน่นนี่ในยูทูบแล้วก็หลงไปดู จอร์จ คาร์ลิน อยู่ตั้งนาน ก็ให้นึกสงสัยว่าไม่ยักกะเคยได้ยินใครตั้งข้อโต้แย้งกับศาสนาพุทธบ้าง (ที่ไม่ใช่การวิจารณ์พระ หรือสภาพศาสนาที่เราเรียกกันว่าศาสนาพุทธในปัจจุบัน)

ค้น ๆ ดูก็พบว่ามีเรื่องของคนที่ไม่เชื่อเรื่องกรรมในพระไตรปิฎกด้วย เขาคือพระเจ้าปายาสิ แห่งเสตัพยนคร เรื่องราวอยู่ในปายาสิราชัญญสูตร พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 2 พระไตรปิฎกเล่มที่ 10

ในเรื่องมีการโต้แย้งระหว่างพระเจ้าปายาสิกับพระกุมารกัสสปะ ซึ่งก็แน่นอนตามสูตรว่าสุดท้ายแล้วพระเจ้าปายาสิก็เกิดละทิ้ง "ทิฐิ" แล้วก็กลายเป็นสาวก

ที่ตลกก็คือตรงรายละเอียดในการโต้แย้งเรื่องโลกหน้ามีจริงหรือไม่ มันก็คล้าย ๆ กับเรื่องพระเจ้าในศาสนาคริสต์ คือกลายเป็นว่าเป็นภาระของฝ่ายที่ไม่เชื่อ ในที่นี้คือพระเจ้าปายาสิ ต้องพิสูจน์ว่าโลกหน้าไม่มีจริง ปัญหาก็คือมันไม่มีวิธีพิสูจน์ว่ามันไม่มีจริง

แล้วตรรกะก็ฝั่งพระกุมารกัสสปะก็มีแต่ยกเรื่องมาเปรียบเทียบ เช่น เราไม่รู้ว่าโลกหน้ามีจริงหรือไม่ก็เหมือนคนตาบอดมองไม่เห็นว่าสีต่าง ๆ มีจริงหรือไม่ หรือไม่ก็กำหนดกฎของฝั่งตัวเอง เช่น พระเจ้าปายาสิถามว่าทำไมไม่มีคนจากสวรรค์มาบอกบ้างเลยว่าทำดีแล้วได้ขึ้นสวรรค์ พระกุมารกัสสปะก็บอกว่าเวลาในสวรรค์ผ่านไปช้ากว่าบนโลกมาก

ลองอ่านเองได้ ทั้งแบบภาษาอังกฤษและภาษาไทย

Comments

Submitted by eig (not verified) on Sun, 08/08/2010 - 12:36

Permalink

เราว่ามันก็คือเรื่องของ การจะเชื่อหรือเปล่าว่า
อีกคนมี การรับรูป/ประสาทสัมผัส ที่มากกว่าอีกคน

เราว่ายากที่จะพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์
เพราะพื้นฐานของความรู้ทางวิทยาศาสตร์คือ ต้องสามารถแสดงซ้ำความรู้ให้บุคคลที่ 3 รับรู้ได้แบบเดียวกัน
แต่สมมติว่าคนนึงมีประสามสัมผัสเหนือกว่า อีกคนดันรู้ไม่ได้ซะนี่

แต่ถ้าจะวัดความน่าเชื่อถือ ด้วยวิธีอื่นก็น่าจะได้อยุ่
ก็คือดูว่าทฤษฎีนี้มัน สะท้อน/อธิบาย ความจริงในระดับที่คนทั่วไปรับรู้ได้ ดีหรือสอดคล้องแค่ไหน
ถ้ามากก็ ok (ซึ่ง"มาก"ตรงนี้ก็วัดยากจัดอีก)